วัดความรู้พื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและความเข้าใจในรูปแบบโจทย์เป็นสำคัญ
เนื้อหาคณิตศาสตร์ในข้อสอบ ก.พ. เป็นการวัดทักษะการคิดคำนวณและการตีความข้อมูล ไม่ซับซ้อนแต่ต้องแม่นยำและรวดเร็ว
อนุกรมเป็นข้อสอบที่ถามหา "ตัวถัดไป" ของชุดตัวเลข โดยเราต้องหาความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่
🔍 วิธีคิดที่ควรทำทุกครั้ง
1. บวก / ลบ
2. คูณ / หาร
3. ดูผลต่างระหว่างแต่ละตัว
4. ดูผลต่างซ้อนอีกชั้น
5. เลขยกกำลัง
6. แยกเลขตำแหน่งคี่-คู่
7. รูปแบบผสม
เป็นรูปแบบที่ง่ายที่สุด
2, 5, 8, 11, 14, ?
+3 +3 +3 +3
14 + 3 = 17
1, 3, 6, 10, 15, ?
+2 +3 +4 +5
15 + 6 = 21
3, 6, 12, 24, 48, ?
×2 ×2 ×2 ×2
48 × 2 = 96
243, 81, 27, 9, ?
÷3 ÷3 ÷3
9 ÷ 3 = 3
5, 9, 15, 23, 33, ?
ผลต่าง: +4 +6 +8 +10
ผลต่างเพิ่มขึ้นทีละ 2
33 + 12 = 45
3, 8, 15, 24, 35, ?
ผลต่างชั้น 1: +5 +7 +9 +11
ผลต่างชั้น 2: +2 +2 +2
35 + 13 = 48
1, 4, 9, 16, 25, ?
1², 2², 3², 4², 5²
6² = 36
1, 8, 27, 64, ?
1³, 2³, 3³, 4³
5³ = 125
📌 ตารางกำลังสองที่ควรจำ
จำนวนที่หารลงตัวได้แค่ 1 และตัวมันเอง
2, 3, 5, 7, 11, 13, ?
ตอบ 17
📌 จำนวนเฉพาะที่ควรจำถึง 100
2 3 5 7 | 11 13 17 19 | 23 29 | 31 37 | 41 43 47 | 53 59 | 61 67 | 71 73 79 | 83 89 | 97
ตัวถัดไป = ผลรวมของสองตัวก่อนหน้า
1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, ?
1+1=2, 1+2=3, 2+3=5, ...
8 + 13 = 21
2, 10, 4, 20, 8, 40, ?
แยกเป็น 2 ชุด
ตำแหน่งคี่: 2 → 4 → 8 → 16
ตำแหน่งคู่: 10 → 20 → 40
ตอบ 16
2, 5, 11, 23, 47, ?
2×2+1 = 5
5×2+1 = 11
11×2+1 = 23
47×2+1 = 95
1, 2, 4, 7, 11, 16, ?
+1 +2 +3 +4 +5
16 + 6 = 22
1, 2, 6, 15, 31, ?
ผลต่าง: +1, +4, +9, +16
= 1², 2², 3², 4²
31 + 25 = 56
100, 90, 95, 85, 90, 80, ?
-10 +5 -10 +5 -10
80 + 5 = 85
1/2, 2/3, 3/4, 4/5, ?
ตัวเศษและตัวส่วนเพิ่มทีละ 1
ตอบ 5/6
3, 100, 6, 95, 12, 90, ?
ชุดที่ 1: 3 → 6 → 12 → 24 (คูณ 2)
ชุดที่ 2: 100 → 95 → 90 (ลบ 5)
ตอบ 24
📝 สูตรจำสั้นที่สุดก่อนเข้าห้องสอบ
อัตราส่วน ร้อยละ และการเปลี่ยนแปลงเป็นหัวข้อที่ออกสอบ ก.พ. บ่อยมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการคิดส่วนลด กำไร ขาดทุน การเพิ่มขึ้น-ลดลง และการเปรียบเทียบข้อมูล
🔍 ลำดับการคิดเมื่อเจอโจทย์
1. หา "อะไรเทียบกับอะไร"
2. เปลี่ยนเป็นเศษส่วน
3. ถ้าถามเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้คูณ 100
4. ถ้าถามเพิ่มขึ้นหรือลดลง ให้ใช้ส่วนต่าง
อัตราส่วนคือการเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน เขียนได้หลายแบบ
2 : 3
2/3
2 ต่อ 3
ทั้งหมดมีความหมายเหมือนกัน
การหาอัตราส่วนอย่างต่ำ
12 : 18
หารด้วย 6 ทั้งสองจำนวน
12 ÷ 6 = 2, 18 ÷ 6 = 3
ตอบ 2 : 3
หาค่า x จาก 2 : 5 = x : 20
2 : 5 = x : 20
คูณไขว้
2 × 20 = 5 × x
40 = 5x
x = 8
"เปอร์เซ็นต์" หมายถึง "ต่อ 100"
20%
20/100
50%
50/100 = 1/2
25%
25/100 = 1/4
📌 ตารางเปอร์เซ็นต์ที่ควรจำ
| เปอร์เซ็นต์ | เศษส่วน |
|---|---|
| 10% | 1/10 |
| 20% | 1/5 |
| 25% | 1/4 |
| 50% | 1/2 |
| 75% | 3/4 |
| 80% | 4/5 |
สูตร: เปอร์เซ็นต์ × จำนวนทั้งหมด
20% ของ 300
20/100 × 300 = 60
ตอบ 60
สูตร: (ส่วนที่ต้องการ ÷ จำนวนทั้งหมด) × 100
40 เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ 200
40 ÷ 200 × 100 = 20%
ตอบ 20%
สูตร: (จำนวนที่เพิ่มขึ้น ÷ ค่าเดิม) × 100
ราคา 200 → 250 บาท
เพิ่มขึ้น 250 - 200 = 50
50 ÷ 200 × 100 = 25%
ตอบ เพิ่มขึ้น 25%
สูตร: (จำนวนที่ลดลง ÷ ค่าเดิม) × 100
เงินเดือน 30,000 → 27,000 บาท
ลดลง 30,000 - 27,000 = 3,000
3,000 ÷ 30,000 × 100 = 10%
ตอบ ลดลง 10%
สูตร: ค่าใหม่ ÷ ค่าเดิม
10 เพิ่มเป็น 40
40 ÷ 10 = 4
ตอบ เพิ่มขึ้น 4 เท่า
สินค้าราคา 1,500 บาท ลด 20%
ส่วนลด = 1,500 × 20% = 300
ราคาขายจริง = 1,500 - 300
ตอบ 1,200 บาท
✅ กำไร = ราคาขาย > ราคาทุน
ซื้อ 800 ขาย 1,000
กำไร = 1,000 - 800 = 200
% กำไร = 200 ÷ 800 × 100
= 25%
❌ ขาดทุน = ราคาขาย < ราคาทุน
ซื้อ 500 ขาย 400
ขาดทุน = 500 - 400 = 100
% ขาดทุน = 100 ÷ 500 × 100
= 20%
เพิ่ม 10%
× 1.10
เพิ่ม 20%
× 1.20
เพิ่ม 50%
× 1.50
ลด 10%
× 0.90
ลด 20%
× 0.80
ลด 25%
× 0.75
ลด 50%
× 0.50
เพิ่ม 150%
× 2.50
เพิ่ม 200%
× 3.00
📌 เปอร์เซ็นต์ที่ควรจำให้ขึ้นใจ
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
เปอร์เซ็นต์ = ส่วน ÷ ทั้งหมด × 100
เพิ่มขึ้น = ส่วนต่าง ÷ ค่าเดิม × 100
ลดลง = ส่วนต่าง ÷ ค่าเดิม × 100
เพิ่ม x% = คูณ (1 + x/100)
ลด x% = คูณ (1 - x/100)
สถิติในข้อสอบ ก.พ. ไม่เน้นสูตรยาก แต่เน้นการ "อ่านข้อมูลให้ถูก" เพราะโจทย์ส่วนใหญ่ให้ตารางหรือกราฟมา แล้วถามหาค่าเฉลี่ย ส่วนต่าง ค่าสูงสุด หรือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
📌 สถิติคืออะไร?
สถิติคือการนำข้อมูลมาสรุป วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ เพื่อให้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างข้อมูล คะแนนสอบ 5 คน
จากข้อมูลนี้ เราสามารถหาค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด หรือค่ากึ่งกลางได้
ค่าเฉลี่ย = ผลรวมทั้งหมด ÷ จำนวนข้อมูล
คะแนน: 70, 80, 90, 60, 100
ผลรวม = 70+80+90+60+100 = 400
หาร = 400 ÷ 5
ตอบ 80 คะแนน
เงินเดือน: 20,000, 25,000, 30,000, 35,000
ผลรวม = 110,000
หาร = 110,000 ÷ 4
ตอบ 27,500 บาท
มัธยฐานคือ "ค่าที่อยู่ตรงกลาง"
5, 8, 10, 12, 15
5 ตัว → ค่าตรงกลางตัวที่ 3
ตอบ 10
15, 5, 20, 10, 25
เรียงก่อน: 5, 10, 15, 20, 25
ตอบ 15
กรณีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคู่
4, 7, 9, 12
4 ตัว → ตัวกลางคือ 7 และ 9
(7+9) ÷ 2 = 8
ตอบ 8
ค่าที่พบมากที่สุด
2, 4, 5, 5, 7, 8
เลข 5 ปรากฏ 2 ครั้ง
ตอบ 5
1, 2, 2, 3, 3, 3, 4
เลข 3 ปรากฏมากที่สุด
ตอบ 3
พิสัยคือระยะห่างระหว่างค่ามากที่สุดกับค่าน้อยที่สุด
สูตร: ค่าสูงสุด - ค่าต่ำสุด
20, 35, 50, 25, 40
ค่าสูงสุด = 50, ค่าต่ำสุด = 20
50 - 20 = 30
ตอบ 30
📌 สรุป Mean Median Mode Range
| ประเภท | ความหมาย |
|---|---|
| Mean | ค่าเฉลี่ย |
| Median | ค่ากึ่งกลาง |
| Mode | ค่าที่พบมากที่สุด |
| Range | มากสุด - น้อยสุด |
| ปี | จำนวนผู้สมัครสอบ |
|---|---|
| 2565 | 10,000 |
| 2566 | 12,000 |
| 2567 | 15,000 |
📌 ปีใดมีผู้สมัครมากที่สุด?
15,000 → ปี 2567
📌 จำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นเท่าไร?
15,000 - 10,000 = 5,000 คน
📌 ค่าเฉลี่ยผู้สมัครต่อปี?
(10,000+12,000+15,000) ÷ 3 ≈ 12,333 คน
📊 กราฟแท่ง
ใช้สำหรับเปรียบเทียบข้อมูล
เชียงใหม่ 120
ลำปาง 90
ลำพูน 80
แพร่ 60
มากสุด = เชียงใหม่
เชียงใหม่ > ลำพูน = 40 คน
📈 กราฟเส้น
ใช้ดูแนวโน้ม
2564: 100
2565: 150
2566: 180
2567: 250
ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี
รวมที่เพิ่ม = 150
🥧 กราฟวงกลม
ใช้ดูสัดส่วน
ภาษาไทย 40%
อังกฤษ 30%
คณิต 20%
วิทย์ 10%
มากสุด = ภาษาไทย
ไทย - วิทย์ = 30%
สูตร: (ส่วนต่าง ÷ ค่าเดิม) × 100
รายได้ปีแรก 20,000 → ปีถัดไป 25,000
เพิ่มขึ้น = 25,000 - 20,000 = 5,000
% เปลี่ยนแปลง = 5,000 ÷ 20,000 × 100 = 25%
ตอบ เพิ่มขึ้น 25%
| เดือน | ยอดขาย |
|---|---|
| มกราคม | 100 |
| กุมภาพันธ์ | 120 |
| มีนาคม | 90 |
| เมษายน | 150 |
ข้อ 1: เดือนใดมียอดขายมากที่สุด
ตอบ เมษายน (150)
ข้อ 2: ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนเท่าไร
ตอบ (100+120+90+150) ÷ 4 = 115
ข้อ 3: เมษายนมากกว่ามีนาคมกี่หน่วย
ตอบ 150 - 90 = 60
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
Mean = รวมแล้วหาร
Median = เรียงก่อน หาค่าตรงกลาง
Mode = เจอบ่อยที่สุด
Range = มากสุดลบน้อยสุด
กราฟแท่ง = เปรียบเทียบ
กราฟเส้น = ดูแนวโน้ม
กราฟวงกลม = ดูสัดส่วน
% เปลี่ยนแปลง = (ต่าง÷เดิม)×100
วัดทักษะการใช้ภาษาไทยในการอ่าน การเขียน การทำความเข้าใจ และการเรียงลำดับข้อความ
การอ่านจับใจความคือการค้นหาสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ หรือประเด็นสำคัญที่สุดของข้อความ เป็นหัวข้อที่ออกสอบ ก.พ. ทุกปี แต่หลายคนเสียคะแนนเพราะอ่านพยายามจำทุกอย่าง ทั้งที่จริงแล้ววัด "การจับประเด็นสำคัญ" มากกว่าการท่องจำรายละเอียด
ข้อสอบ ก.พ. มักถามเกี่ยวกับ
💎 หลักสำคัญที่สุด
ใคร
Who
ทำอะไร
What
ที่ไหน
Where
เมื่อไร
When
ทำไม
Why
อย่างไร
How
ใจความสำคัญคือประโยคหรือแนวคิดหลักที่ครอบคลุมข้อความทั้งหมด ส่วนรายละเอียดเป็นเพียงข้อมูลสนับสนุน
"ปัจจุบันคนไทยหันมาออกกำลังกายมากขึ้น เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ ส่งผลให้ธุรกิจฟิตเนสและอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง"
✅ ใจความสำคัญ
คนไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
ℹ️ รายละเอียดสนับสนุน
ฟิตเนสเติบโต, อาหารเพื่อสุขภาพเติบโต
1. ดูประโยคแรก
ผู้เขียนมักบอกประเด็นสำคัญไว้ตั้งแต่ต้น
2. ดูประโยคสุดท้าย
บางบทความจะสรุปไว้ตอนท้าย
3. ถามตัวเองว่า "ข้อความทั้งหมดพูดถึงอะไร"
ตอบให้สั้นที่สุด ถ้าตอบได้ แสดงว่าพบใจความสำคัญแล้ว
📝 ทริก 5W1H — ใช้สรุปเรื่องที่อ่าน
ใคร
Who
= รัฐบาล
ทำอะไร
What
= ช่วยเหลือเกษตรกร
ที่ไหน
Where
เมื่อไร
When
ทำไม
Why
= ภัยแล้ง
อย่างไร
How
การสรุปสิ่งที่ไม่ได้เขียนตรง ๆ แต่สามารถคาดเดาได้จากข้อมูล
"นาย ก. ถือร่มและเสื้อผ้าเปียกเมื่อเดินเข้ามาในห้อง"
อนุมานได้ว่า ข้างนอกฝนตก
แม้ข้อความจะไม่ได้บอกตรง ๆ
📌 ข้อเท็จจริง
พิสูจน์ได้ มีหลักฐานอ้างอิง
💬 ข้อคิดเห็น
ความรู้สึกหรือความคิดเห็นส่วนตัว
⚠️ คำที่มักเจอในข้อคิดเห็น
ดีที่สุด, สวยที่สุด, น่าจะ, ควร, อาจ, คาดว่า
ถ้าเจอคำเหล่านี้ ให้สงสัยว่าเป็น "ข้อคิดเห็น"
ข้อสอบชอบถามว่า "ผู้เขียนต้องการอะไร"
📚 ให้ความรู้
เช่น บทความวิชาการ
💭 แสดงความเห็น
เช่น บทความวิจารณ์
📢 โน้มน้าวใจ
เช่น โฆษณา
🎭 ให้ความบันเทิง
เช่น เรื่องสั้น, นิทาน
อย่าใช้ความรู้ของตัวเอง — ตอบจากข้อมูลที่โจทย์ให้เท่านั้น!
✅ ข้อใดถูกต้อง
"ญี่ปุ่นมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง"
✓ ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
✗ ประเทศอื่นมีผู้สูงอายุมากกว่า (โจทย์ไม่ได้พูดถึง)
❌ ข้อใดกล่าวไม่ได้
คำตอบมักเป็นตัวเลือกที่
เหตุผล
เพราะ, เนื่องจาก, สืบเนื่องจาก
ผลลัพธ์
ดังนั้น, จึง, ส่งผลให้, ทำให้
ขัดแย้ง
แต่, อย่างไรก็ตาม, ในทางตรงกันข้าม
เพิ่มเติม
นอกจากนี้, อีกทั้ง, รวมทั้ง
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
Main Idea = เรื่องนี้พูดถึงอะไร
Fact = พิสูจน์ได้
Opinion = ความคิดเห็น
Inference = สรุปได้จากข้อความ
ถูกต้อง = มีอยู่ในบทความ
ไม่ได้กล่าว = อย่าเติมเอง
ผู้เขียนต้องการ = สังเกตจากรูปแบบ
เชื่อม = บอกความสัมพันธ์
การใช้ภาษาในข้อสอบ ก.พ. วัดความเข้าใจในการใช้คำ ประโยค และข้อความให้ถูกต้อง เหมาะสม และสื่อความหมายได้ชัดเจน ไม่ใช่การท่องจำ
ข้อสอบ ก.พ. มักออกในเรื่อง
เลือกคำที่เหมาะสมกับความหมายและสถานการณ์
✗ เขารับประทานน้ำ
✓ เขาดื่มน้ำ (รับประทานใช้กับอาหาร)
✗ ฝนตกหนักมากจนรถติดอย่างสนุกสนาน
✓ ฝนตกหนักมากจนรถติดเป็นเวลานาน
"นักเรียนควร ______ หนังสืออย่างสม่ำเสมอ"
ตอบ "อ่าน" เพราะสัมพันธ์กับคำว่า "หนังสือ"
คำเชื่อมที่ควรรู้
เหตุผล
เพราะ, เนื่องจาก, ด้วยเหตุที่
ผลลัพธ์
ดังนั้น, จึง, ส่งผลให้
ขัดแย้ง
แต่, อย่างไรก็ตาม, ถึงแม้ว่า
เพิ่มเติม
นอกจากนี้, อีกทั้ง, รวมทั้ง
ประโยคที่ตีความได้หลายความหมาย
✗ "ฉันเห็นผู้ชายใส่แว่นเดินอยู่บนถนน"
ไม่ชัดเจนว่า "ผู้ชายใส่แว่น" หรือ "ฉันใส่แว่น"
✓ "ฉันเห็นผู้ชายที่สวมแว่นตาเดินอยู่บนถนน"
✗ ย้อนกลับคืนมา
✓ กลับมา
✗ ร่วมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
✓ ช่วยเหลือกัน
✗ เปิดเผยออกมา
✓ เปิดเผย
ขี่ช้างจับตั๊กแตน
ลงทุนมาก แต่ได้ผลตอบแทนน้อย
น้ำขึ้นให้รีบตัก
เมื่อมีโอกาส ควรรีบคว้าไว้
จับปลาสองมือ
ทำหลายอย่างพร้อมกันจนไม่ได้ดีสักอย่าง
ขวานผ่าซาก
พูดตรงเกินไป
เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
เห็นสิ่งไม่ดีเป็นสิ่งดี
รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
โทษคนอื่นเมื่อตัวเองผิด
รับประทาน
เสวย
นอน
บรรทม
เดิน
ดำเนิน
ป่วย
ประชวร
พูด
ตรัส
ทางการ
โปรดพิจารณา
กึ่งทางการ
ช่วยพิจารณาด้วย
⭐ ข้อสอบราชการนิยมใช้
กันเอง
ฝากดูให้หน่อยนะ
✗ ฝนตกหนักมากจนแดดออกแรง
✓ ฝนตกหนักมากจนเกิดน้ำท่วม
⚠️ คำที่ข้อสอบชอบใช้เป็นตัวหลอก
คำเหล่านี้มักทำให้ข้อความดูเกินจริง ต้องระวังเป็นพิเศษ
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
คำถูก = เหมาะกับบริบท
ประโยคดี = ชัดเจน ไม่กำกวม
ข้อความดี = เหตุและผลสัมพันธ์กัน
ภาษาดี = กระชับ ไม่ซ้ำซ้อน
สำนวน = มีความหมายแฝง
ราชาศัพท์ = ใช้ให้เหมาะกับบุคคล
ระดับภาษา = ทางการ/กึ่งทางการ/กันเอง
กำกวม = ตีความได้หลายแบบ
หลอก = ทั้งหมด, ทุกคน, เสมอ
การเรียงลำดับข้อความคือการนำประโยคที่สลับกันอยู่หลายประโยค มาเรียงใหม่ให้ได้ใจความที่ถูกต้องและต่อเนื่อง มีรูปแบบตายตัวที่สังเกตได้
ข้อสอบ ก.พ. มักให้ข้อความ 4-5 ประโยค แล้วถาม
💎 หลักสำคัญที่สุด
ให้มองหา 3 สิ่งนี้
1. ประโยคเปิดเรื่อง
มักพูดถึงเรื่องกว้าง ๆ ก่อน
2. ประโยคขยายความ
รายละเอียดเพิ่มเติม
3. ประโยคสรุป
ปิดท้ายด้วยผลลัพธ์หรือข้อสรุป
เริ่มจากเรื่องกว้าง แล้วค่อยลงรายละเอียด
(ก) ส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
(ข) ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาสาธารณสุข
(ค) โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการแพทย์
(ง) และมีการปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลำดับ: ข → ค → ง → ก
ข = เกริ่นเรื่อง, ค-ง = รายละเอียด, ก = ผลลัพธ์
เพราะอะไร → เกิดอะไร → แล้วทำอย่างไร
(ก) ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่
(ข) ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน
(ค) ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
(ง) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ
ลำดับ: ข → ก → ค → ง
ข = สาเหตุ, ก = ผล, ค = ผลกระทบ, ง = การแก้ไข
(ก) เดินทางไปถึงที่ทำงาน
(ข) ตื่นนอน
(ค) รับประทานอาหารเช้า
(ง) ออกจากบ้าน
ลำดับ: ข → ค → ง → ก
(ก) จึงมีการรณรงค์ลดการใช้พลาสติก
(ข) ปัจจุบันขยะพลาสติกมีปริมาณเพิ่มขึ้น
(ค) เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
(ง) และส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ
ลำดับ: ข → ง → ก → ค
เหตุผล
เพราะ, เนื่องจาก, ด้วยเหตุที่
📍 มักอยู่ต้นเรื่อง
ผลลัพธ์
ดังนั้น, จึง, ส่งผลให้, ทำให้
📍 อยู่หลังสาเหตุ
ขัดแย้ง
แต่, อย่างไรก็ตาม, ถึงแม้ว่า
📍 ไม่ค่อยเป็นประโยคแรก
เพิ่มเติม
นอกจากนี้, อีกทั้ง, รวมทั้ง
📍 อยู่ช่วงกลางเรื่อง
⚠️ คำที่ไม่ควรเป็นประโยคแรก
ดังนั้น, อย่างไรก็ตาม, นอกจากนี้, อีกทั้ง, แต่, จึง, ทั้งนี้
เพราะต้องมีข้อความก่อนหน้าเสมอ
(ก) ส่งผลให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
(ข) ปัจจุบันปัญหาฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
(ค) หลายหน่วยงานจึงร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
(ง) และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
เรื่องกว้าง → รายละเอียด → ผลลัพธ์ → สรุป
เหตุ → ผล
ปัญหา → วิธีแก้
อดีต → ปัจจุบัน
ประโยคแรก = ไม่มีคำเชื่อมนำ
ประโยคท้าย = ดังนั้น, สรุปได้ว่า
ไม่ขึ้นต้นด้วย = ดังนั้น, แต่, นอกจากนี้
หาคู่ = เนื่องจาก...ดังนั้น, แม้ว่า...แต่
วัดความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล เชื่อมโยงความสัมพันธ์ และสรุปผลจากเงื่อนไขที่กำหนด
อุปมา อุปไมยคือการเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ที่ชัดเจนขึ้น ข้อสอบ ก.พ. ไม่ได้วัดการท่องจำ แต่วัดการมอง "ความสัมพันธ์" ระหว่างสิ่งสองสิ่ง
รูปแบบข้อสอบที่พบบ่อย
💎 หลักสำคัญที่สุด
"อย่ามองที่ตัวคำ แต่ให้มองว่า คำสองคำแรกเกี่ยวข้องกันอย่างไร"
แล้วหาคู่คำที่มีความสัมพันธ์แบบเดียวกัน
สัตว์ : ที่อยู่อาศัย
เครื่องมือ : หน้าที่
บุคคล : อาชีพ
เหตุ : ผล
ส่วนประกอบ : ทั้งหมด
พ่อแม่ : ลูก
วัตถุดิบ : ผลิตภัณฑ์
ประเทศ : เมืองหลวง
คำตรงข้าม
คำพ้องความหมาย
ข้อ 1: ตา : มองเห็น :: หู : ?
วิเคราะห์: ตามีหน้าที่มองเห็น → หูมีหน้าที่ได้ยิน
ตอบ: ได้ยิน
💡 ให้ดูที่หน้าที่ของอวัยวะ
ข้อ 2: ปลา : น้ำ :: นก : ?
วิเคราะห์: ปลาอาศัยในน้ำ → นกอาศัยในท้องฟ้า
ตอบ: ท้องฟ้า
💡 อย่าตอบ "รัง" เพราะนกอยู่ในรังแต่ปลาอยู่ในน้ำไม่ใช่ในบ้าน
ข้อ 3: ครู : นักเรียน :: แพทย์ : ?
วิเคราะห์: ครูดูแลนักเรียน → แพทย์ดูแลผู้ป่วย
ตอบ: ผู้ป่วย
💡 ให้ดูที่ผู้รับการดูแล
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์กำหนดให้เครื่องหมายต่าง ๆ มีความหมายใหม่ ซึ่งแตกต่างจากคณิตศาสตร์ปกติ แล้วให้หาค่าของนิพจน์หรือเปรียบเทียบความสัมพันธ์
⚠️ หลักสำคัญที่สุด
"ห้ามคิดตามเครื่องหมายเดิม — ต้องแปลสัญลักษณ์ก่อนทุกครั้ง"
📌 ขั้นตอนมาตรฐาน
ขั้นที่ 1: แปลความหมาย
20 + 8 - 2
กำหนดให้ + = ลบ, - = คูณ
→ 20 - 8 × 2
ขั้นที่ 2: คำนวณตามลำดับ
คูณก่อน: 8 × 2 = 16
แล้วลบ: 20 - 16
= 4
กำหนดให้ + = ÷, - = ×, × = +, ÷ = -
จงหา 18 - 6 + 3
แปล: 18 × 6 ÷ 3
18 × 6 = 108, 108 ÷ 3 = 36
กำหนดให้ + = ×
จงหา 10 - 5 + 2
แปล: 10 - 5 × 2
⚠️ ต้องคูณก่อน: 5 × 2 = 10
10 - 10 = 0
ไม่ใช่ 10-5=5 แล้ว 5×2=10 ❌
กำหนดให้ + = ×, × = -
จงเปรียบเทียบ 8 + 2 × 3 ... 14
แปล: 8 × 2 - 3 = 16 - 3 = 13
13 < 14 → ตอบ <
9 △ 3 = 12, 15 △ 5 = 20
แล้ว 20 △ 10 = ?
สังเกต: 9+3=12, 15+5=20 → △ = +
20 + 10 = 30
A=3, B=A+4, C=B×2, D=C-5
A=3 → B=7 → C=14 → D=9
กำหนดให้ + = ÷, - = +, × = -, ÷ = ×
จงหา 24 ÷ 6 - 4 + 2
แปล: 24 × 6 + 4 ÷ 2
= 144 + 2 = 146
⚠️ ข้อสอบจริงชอบหลอกอะไร
1. ให้เครื่องหมายกลับกัน
+ = -, - = + → หลายคนเผลอใช้เครื่องหมายเดิม
2. มีคูณและหารปะปนกัน
24 ÷ 6 × 2 → ต้องคิดจากซ้ายไปขวา (24÷6=4, 4×2=8) ไม่ใช่ 24÷12=2
3. หลอกด้วยวงเล็บ
(8+2)-3 เมื่อ +=×, -=+ → กลายเป็น (8×2)+3 = 19
📌 แนวข้อสอบ ก.พ. ช่วงหลัง
ส่วนใหญ่มักออกในลักษณะ
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
❌ ห้ามใช้ความหมายเดิม
✅ แปลทั้งโจทย์ก่อนคำนวณ
✅ คูณหารก่อน บวกลบทีหลัง
✅ คูณและหาร คิดจากซ้ายไปขวา
✅ บวกและลบ คิดจากซ้ายไปขวา
✅ เปรียบเทียบ = หาค่าสองข้างก่อน
✅ วงเล็บ → คิดในวงเล็บก่อน
✅ สังเกตตัวอย่างก่อนหาเครื่องหมาย
การวิเคราะห์เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical Reasoning) ไม่ได้วัดการท่องจำ แต่วัดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และสรุปเหตุผลอย่างเป็นระบบจากข้อมูลที่กำหนดให้
รูปแบบข้อสอบที่ออกบ่อย
💎 หลักสำคัญที่สุด
"ตอบจากข้อมูลที่โจทย์ให้ ไม่ใช่จากความรู้หรือความคิดเห็นของเรา"
เหตุเกิดก่อน ผลเกิดทีหลัง
"ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วม"
สรุปสิ่งที่ไม่ได้เขียนตรง ๆ แต่สรุปได้จากข้อมูล
"นาย ก. เดินเข้ามาในห้องพร้อมร่มเปียกและเสื้อผ้าเปียก"
อนุมานได้ว่า ข้างนอกฝนตก
แม้ข้อความไม่ได้ระบุโดยตรง
✅ สรุปได้
ถ้าขยันอ่านหนังสือ จะสอบผ่าน
นายแดงขยันอ่านหนังสือ
∴ นายแดงสอบผ่าน
💡 A → B, รู้ A → สรุป B ได้
❌ สรุปไม่ได้
ถ้าฝนตกแล้วถนนเปียก
ถนนเปียก
∴ ฝนตก? (อาจรดน้ำต้นไม้)
⚠️ รู้ B → ย้อนกลับไปหา A ไม่ได้
ทุกเงื่อนไขต้องเป็นจริงพร้อมกัน
"อายุ ≥ 18 ปี และ จบปริญญาตรี"
✓ อายุ 18+ และ ✓ จบปริญญาตรี
✗ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง → ไม่ผ่าน
อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง
"เดินทางโดยรถไฟ หรือ เครื่องบิน"
✓ รถไฟ
✓ เครื่องบิน
✓ ทั้งสองอย่าง
✅ สรุปได้
นักเรียนทุกคนในห้อง A ชอบคณิตศาสตร์
สมชายเป็นนักเรียนในห้อง A
∴ สมชายชอบคณิตศาสตร์
💡 A ⊂ B, x ∈ A → x ∈ B
❌ สรุปเกินข้อมูล
"ประชาชนจำนวนมากนิยมใช้รถไฟฟ้า"
✓ รถไฟฟ้าได้รับความนิยม
✗ ทุกคนใช้รถไฟฟ้า (โจทย์ไม่บอกว่า "ทุกคน")
⚠️ บางคน ≠ ทุกคน
⚠️ คำที่ต้องระวัง — มักทำให้ข้อสรุปผิด
🔴 ข้อขัดแย้ง
ข้อ 1: นักเรียนทุกคนสอบผ่าน
ข้อ 2: สมชายสอบไม่ผ่าน
→ ขัดแย้งกัน ไม่เป็นจริงพร้อมกัน
📊 เพียงพอหรือไม่
ถาม: สมชายสูงกว่าสมหญิง?
ข้อมูล 1: สมชาย 170 ซม.
ข้อมูล 2: สมหญิง 165 ซม.
→ ใช้ร่วมกันจึงตอบได้
🔗 ถ้า...แล้ว + และ/หรือ
ถ้าอายุ ≥ 18 และ จบการศึกษา → สมัครได้
ต้องครบทั้งสองเงื่อนไข
ขาดข้อใด → สมัครไม่ได้
📌 ตารางสรุปคำสำคัญที่ออกสอบบ่อย
| คำ | ความหมาย |
|---|---|
| ทุกคน | ทั้งหมด |
| บางคน | อย่างน้อย 1 คน |
| และ | ต้องครบทุกเงื่อนไข |
| หรือ | เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสอง |
| ถ้า...แล้ว | A → B |
| ไม่ | ปฏิเสธ |
| ไม่มีใคร | จำนวนเป็นศูนย์ |
กำหนดให้: นักเรียนทุกคนที่ขยัน จะสอบผ่าน
กำหนดให้: สมชายขยัน
1. สมชายสอบผ่าน
2. ทุกคนสอบผ่าน
3. คนที่สอบผ่านทุกคนขยัน
4. ไม่มีข้อใดถูก
วิเคราะห์
ขยัน → สอบผ่าน
สมชายขยัน → ∴ สอบผ่าน
ตอบ: ข้อ 1
⚠️ จุดที่คนสอบ ก.พ. ผิดบ่อยที่สุด
🔴 ใช้ความรู้ส่วนตัว
✅ ต้องตอบจากข้อมูลที่โจทย์ให้เท่านั้น
🔴 สรุปเกินข้อมูล
✅ "บางคน" ไม่ได้แปลว่า "ทุกคน"
🔴 ย้อนเงื่อนไขผิด
✅ ถ้า A แล้ว B — รู้ B ไม่ได้แปลว่า A เป็นจริง
🔴 หลงคำหลอก
✅ ทุกคน, เสมอ, ทั้งหมด, แน่นอน — มักเป็นตัวหลอก
📝 สูตรจำก่อนเข้าห้องสอบ
A → B รู้ A สรุป B ได้
รู้ B ย้อนหา A ไม่ได้
บางคน ≠ ทุกคน
AND = ต้องครบ
OR = อย่างใดอย่างหนึ่ง
ตอบจากโจทย์ ไม่ใช่จากความรู้
ระวัง: ทุกคน, เสมอ, ทั้งหมด
ข้อขัดแย้ง = เป็นจริงพร้อมกันไม่ได้
อนุมาน = อ่านระหว่างบรรทัด
ข้อมูลพอ = ใช้ตอบคำถามได้
ความรู้ทั่วไป
คณิตศาสตร์, ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
Reading, Grammar, Vocab
ข้าราชการที่ดี
กฎหมาย 6 ฉบับ, จริยธรรม