พร้อมสอบ Logo
พร้อมสอบฝึกทำข้อสอบได้ทุกที่ ทุกเวลา
เตรียมสอบ ก.พ.ทำข้อสอบเตรียมสอบตามตำแหน่ง
ประกาศรับสมัครงานปฏิทินสอบ
เครื่องมือรวม พรบ.ร้านค้าบทความ
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
พร้อมสอบ Logo
พร้อมสอบฝึกทำข้อสอบได้ทุกที่ ทุกเวลา

แพลตฟอร์มเตรียมสอบข้าราชการออนไลน์ครบวงจร ทำข้อสอบฟรี อัปเดตประกาศรับสมัครงานทุกวัน

หมวดหมู่ข้อสอบ

  • ก.พ. ภาค ก
  • ครูผู้ช่วย
  • ท้องถิ่น
  • ข้าราชการตำรวจ

ลิงก์สำคัญ

  • ประกาศรับสมัครสอบ
  • คลังข้อสอบทั้งหมด
  • เกี่ยวกับเรา
  • สนับสนุนเรา
  • บทความเตรียมสอบ
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เงื่อนไขการใช้งาน

ช่องทางการติดต่อ

  • [email protected]

© 2026 PROMPTSOB. ALL RIGHTS RESERVED.

Privacy PolicyTerms of Service
กลับไปคู่มือสอบ ก.พ.
ภาค ก วิชาที่ 3

ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

เจาะลึก 6 พ.ร.บ. หลักแบบละเอียดสุดๆ เก็บครบทุกประเด็นที่ใช้สอบ ก.พ. พร้อมทริกการจำ จุดสังเกตหลอก และแนวข้อสอบจริง

1. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

การจัดระเบียบโครงสร้างราชการ การตรากฎหมายตั้ง-ยุบ และการมอบอำนาจแทน

รวมอำนาจ

ส่วนกลาง (นิติบุคคล)

  • • สำนักนายกรัฐมนตรี (ฐานะเทียบเท่ากระทรวง)
  • • กระทรวง หรือ ทบวง
  • • กรม หรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นแต่มีฐานะเป็นกรม
แบ่งอำนาจ

ส่วนภูมิภาค

  • • จังหวัด (เป็นนิติบุคคล จัดตั้งโดย พ.ร.บ.)
  • • อำเภอ (ไม่เป็นนิติบุคคล จัดตั้งโดย พ.ร.ฎ.)
กระจายอำนาจ

ส่วนท้องถิ่น (นิติบุคคลทั้งหมด)

  • • อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด)
  • • เทศบาล
  • • อบต. (องค์การบริหารส่วนตำบล)
  • • กทม. และ เมืองพัทยา (รูปแบบพิเศษ)

🎯 ทริกการจำนิติบุคคล & โครงสร้าง

จดจำว่า "ส่วนภูมิภาค: จังหวัดเป็นนิติบุคคล แต่อำเภอไม่เป็นนิติบุคคล!" และส่วนภูมิภาคมีแค่ "จังหวัด" กับ "อำเภอ" เท่านั้น ตำบล/หมู่บ้านไม่ใช่โครงสร้างราชการตามกฎหมายแผ่นดินฉบับนี้

⚠️ จุดควรระวังในข้อสอบ

ข้อสอบมักหลอกถามว่า "กิ่งอำเภอ" หรือ "ตำบล" เป็นส่วนภูมิภาคประเภทใด คำตอบคือปัจจุบัน กิ่งอำเภอ ถูกยกเลิกไปหมดแล้ว และโครงสร้างมีถึงแค่ระดับอำเภอเท่านั้น

การจัดระเบียบ / เปลี่ยนแปลงตราเป็นกฎหมายใด?ข้อสังเกตเพิ่มเติม
ตั้งกระทรวง / ทบวง / กรมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)เป็นการก่อตั้งส่วนราชการใหม่ขึ้นมา
รวม หรือ โอน ส่วนราชการพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ถ้ามีการกำหนดอัตราข้าราชการ/ลูกจ้างเพิ่มขึ้น
รวม หรือ โอน ส่วนราชการพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราข้าราชการ/ลูกจ้างเพิ่มขึ้น
ยุบ หรือ เปลี่ยนชื่อ ส่วนราชการพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)เมื่อยุบแล้ว ห้ามแต่งตั้งข้าราชการเพิ่มขึ้นในตำแหน่งที่คล้ายกันภายใน 2 ปี
แบ่งส่วนราชการภายในกรมกฎกระทรวงรัฐมนตรีเจ้าสังกัดตรากฎกระทรวง โดยความเห็นชอบของ ก.พ.ร. และ ก.พ.
การตั้ง ยุบ จังหวัดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)จังหวัดเป็นนิติบุคคล ต้องตราเป็น พ.ร.บ.
การตั้ง ยุบ อำเภอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)อำเภอไม่เป็นนิติบุคคล ตราเป็น พ.ร.ฎ.

📝 ตัวอย่างโจทย์ข้อสอบ: "กระทรวงสาธารณสุขต้องการรวมสองกองงานเข้าด้วยกันเพื่อลดความซ้ำซ้อน โดยประกาศว่าการรวมครั้งนี้จะไม่มีการรับข้าราชการใหม่เพิ่มและไม่มีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้น รัฐต้องออกเป็นกฎหมายระดับใด?"
เฉลย: พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เนื่องจากไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังหรือคน

รักษาราชการแทน (Acting)

ใช้เมื่อ ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง หรือมีแต่ ปฏิบัติราชการไม่ได้ (เช่น ลาป่วย เสียชีวิต ลาออกจากตำแหน่ง)

  • เป็นไปตามลำดับสายงานที่กฎหมายระบุไว้โดยอัตโนมัติ
  • ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เสมือนผู้ดำรงตำแหน่งนั้นทุกประการ
  • เช่น นายกรัฐมนตรีไม่อยู่/ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ คนที่แทนคือ รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติราชการแทน (Delegation)

ใช้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งยังอยู่และทำงานได้ปกติ แต่ต้องการ มอบอำนาจ ให้ข้าราชการคนอื่นทำแทนเพื่อความสะดวกรวดเร็ว

  • ต้องทำเป็นหนังสือเสมอ
  • ผู้มอบอำนาจยังคงต้องรับผิดชอบดูแลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบ
  • ไม่สามารถมอบต่อเป็นทอดๆ ได้ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตหรือแจ้งผู้มอบคนแรก

💡 ความรู้เสริม "รักษาการในตำแหน่ง": มักใช้ในกรณีข้าราชการทั่วไปภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนว่างลง และแต่งตั้งข้าราชการอื่นมารับตำแหน่งชั่วคราวระหว่างสรรหาตัวจริง

ก.พ.ร. ทำหน้าที่เสนอแนะ ครม. ในการปรับปรุงโครงสร้าง ประสิทธิภาพ และการทำงานของระบบราชการ

👥 องค์ประกอบคณะกรรมการ ก.พ.ร.

  • ประธาน: นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย
  • รองประธาน: รัฐมนตรี 1 คนที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
  • กรรมการโดยตำแหน่ง: เลขาธิการ ก.พ., เลขาธิการ คคช., เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: ไม่น้อยกว่า 8 คน แต่ไม่เกิน 10 คน (แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ ฯลฯ)

2. พ.ร.ฎ.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

การทำงานโดยเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ความคุ้มค่า แพลตฟอร์มดิจิทัล และกรอบเวลา

1

เกิดประโยชน์สุขของประชาชน

เป็นเป้าหมายสูงสุด ยึดความต้องการและวิถีชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นและสำรวจความพึงพอใจเป็นประจำ

2

เกิดผลสัมฤทธิ์ต่องานของรัฐ

ต้องมีแผนปฏิบัติราชการล่วงหน้า ระบุตัวชี้วัดที่ชัดเจน ติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการข้ามกระทรวงได้

3

มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า

ต้องทำบัญชีต้นทุนการให้บริการสาธารณะ คุ้มค่าเงินภาษี โดยมี สศช. (สภาพัฒน์) และ สำนักงบประมาณ เป็นผู้ประเมินความคุ้มค่า

4

ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

กระจายอำนาจตัดสินใจให้ผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง จัดทำโครงสร้างงานไม่ซับซ้อน จัดตั้ง ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)

5

ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์

วิเคราะห์และทบทวนภารกิจของส่วนราชการอย่างสม่ำเสมอ หากไม่จำเป็นหรือล้าสมัย ต้องเสนอยุบ ยกเลิก หรือโอนให้ท้องถิ่น/เอกชนทำแทน

6

ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวก

กำหนดระยะเวลาทำงานแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจนและเปิดเผย และต้องตอบกลับข้อสอบถาม/ร้องเรียนของประชาชนภายใน 15 วัน

7

มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการ

ประเมินผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานโดยผู้ประเมินภายนอกอิสระ และประเมินผลงานข้าราชการรายบุคคลเพื่อพิจารณาความดีความชอบ

แผนปฏิบัติราชการ 5 ปี: เดิมทีกฎหมายกำหนดเป็นแผน 4 ปี แต่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562) ให้จัดทำเป็น แผน 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ (20 ปี) และแผนแม่บท
การตอบข้อสอบถามและร้องเรียน: หากประชาชนทำหนังสือถามหรือร้องเรียน ส่วนราชการต้องตอบหรือแจ้งความคืบหน้าให้ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
การประเมินความคุ้มค่า: เป็นหน้าที่ร่วมกันของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ สำนักงบประมาณ

ตาม พ.ร.ฎ.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีข้อกำหนดเคร่งครัดด้านไอทีดังนี้:

  • การติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ให้ดำเนินงานผ่านระบบดิจิทัล/แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
  • การส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์: ให้ถือว่ามีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับหนังสือกระดาษที่เป็นทางการ
  • การลดภาระประชาชน: ห้ามส่วนราชการเรียกสำเนาเอกสารราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน จากประชาชนผู้มาติดต่อ แต่ให้ส่วนราชการดึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบทะเบียนราษฎร์ด้วยกันเอง

3. พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

การทำงานของเจ้าหน้าที่ ความเป็นกลาง คำสั่งทางปกครอง ขั้นตอนการอุทธรณ์ และการบังคับ

🚫 ข้อยกเว้นการบังคับใช้ (ไม่ใช้กฎหมายนี้)

รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี, ศาลและผู้พิพากษา, องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ, การดำเนินนโยบายต่างประเทศ, กองทัพและการทหาร, กระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ตำรวจ อัยการ ราชทัณฑ์)

⚖️ ความไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่ (มาตรา 13)

ห้ามเจ้าหน้าที่ที่มีลักษณะส่วนได้เสียดังต่อไปนี้ ดำเนินการพิจารณาทางปกครองเด็ดขาด:

  • เป็นคู่กรณีเอง หรือเป็นคู่หมั้น / คู่สมรสของคู่กรณี
  • เป็นญาติของคู่กรณี (บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้อง ลุงป้าน้าอา หลาน)
  • เป็นผู้แทนตามกฎหมาย / ทนายความ / ตัวแทนของคู่กรณี
  • เป็นเจ้าหนี้ / ลูกหนี้ / นายจ้างของคู่กรณี
  • เคยมีข้อพิพาทรุนแรงกับคู่กรณี
🎯 ทริกการสอบ: หากเจ้าหน้าที่พบว่าตนมีส่วนได้เสีย ต้องหยุดพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาทันที ห้ามทำต่อโดยอ้างว่าไม่มีเจตนาทุจริตเด็ดขาด

✅ คำสั่งทางปกครอง

มีผลบังคับใช้เป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ทางกฎหมายที่มีผลกระทบ "เฉพาะเจาะจงบุคคล"

ตัวอย่างเช่น:

  • คำสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการ
  • การสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสร้างอาคาร
  • การจดทะเบียนสมรส
  • การไม่อนุมัติใบอนุญาตขับขี่

❌ กฎ

มีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป "ไม่เจาะจงตัวบุคคล" ใช้บังคับกับทุกคนที่เข้าข่ายเงื่อนไข

ตัวอย่างเช่น:

  • พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
  • กฎกระทรวง
  • ประกาศห้ามจอดรถบนถนนสาทร
  • ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

📢 รูปแบบของคำสั่ง: คำสั่งสามารถเป็นหนังสือ วาจา หรือสัญญาณ/สัญลักษณ์ (เช่น สัญญาณไฟจราจร)

⚠️ จุดหลอกข้อสอบ: "หากสั่งด้วยวาจา ประชาชนผู้รับคำสั่งมีสิทธิร้องขอให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรได้ภายใน 7 วัน และเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจัดทำหนังสือให้"

📄 องค์ประกอบของคำสั่งที่เป็นหนังสือ: ต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายอ้างอิง และ (3) ข้อพิจารณาในการใช้ดุลพินิจ

ขั้นตอนที่ 1: การยื่นอุทธรณ์

ผู้ได้รับคำสั่งยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อ เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรจะได้รู้คำสั่ง

ขั้นตอนที่ 2: เจ้าหน้าที่เดิมทบทวน

เจ้าหน้าที่ทบทวนภายใน 30 วัน
- เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ➔ ทำคำสั่งใหม่/เพิกถอนคำสั่งเดิม
- ไม่เห็นด้วย ➔ ส่งเรื่องให้ผู้พิจารณาอุทธรณ์ (ผู้บังคับบัญชาขึ้นไป 1 ชั้น)

ขั้นตอนที่ 3: ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัย

ผู้พิจารณาอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หากมีเหตุจำเป็นขยายได้ไม่เกิน 30 วัน (ต้องแจ้งเป็นหนังสือชี้แจงผู้อุทธรณ์ก่อนครบกำหนด)

หน่วยงานรัฐมีอำนาจดำเนินมาตรการบังคับตามคำสั่งทางปกครองได้โดยไม่ต้องนำคดีไปฟ้องศาลก่อน:

💰 กรณีสั่งให้ชำระเงิน

ต้องมีหนังสือเตือนให้ชำระล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน หากเพิกเฉย เจ้าหน้าที่สามารถยึด อายัด ทรัพย์สินของผู้ฝ่าฝืนเพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้หลวงได้เอง

🚧 กรณีสั่งให้กระทำ/ละเว้นกระทำ

หน่วยงานรัฐสามารถเข้าดำเนินการแทนโดยเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้รับคำสั่ง หรือใช้มาตรการ ปรับทางปกครองไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน

4. ป.อาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

การแยกแยะมาตราความผิดเกี่ยวกับการยักยอก รับสินบน ข่มขืนใจ และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

💎 มาตรา 147 : เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์หลวง

เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไป

📌 ตัวอย่าง: ข้าราชการพัสดุแอบเอากระดาษหรือเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ของหลวงที่ตนดูแลรักษาไปขาย หรือเจ้าพนักงานบัญชีถอนเงินสดในตู้นิรภัยไปใช้ส่วนตัว

⚔️ มาตรา 148 : เจ้าพนักงานข่มขืนใจให้มอบทรัพย์สิน

ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

📌 ตัวอย่าง: สรรพากรขู่เจ้าของร้านค้าว่าถ้าไม่จ่ายเงินให้ส่วนตัวจำนวน 50,000 บาท จะประเมินภาษีย้อนหลังแกล้งให้ร้านค้าล้มละลาย

💵 มาตรา 149 : เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน

เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ก็ตาม

📌 ตัวอย่าง: ข้าราชการเรียกเงิน 5,000 บาท เพื่อแลกกับการเซ็นอนุญาตเปิดร้านอาหาร (แม้ร้านอาหารจะเอกสารครบถูกต้องตามกฎหมาย และข้าราชการเซ็นอนุมัติตามปกติก็ถือว่าผิด ม.149 เพราะไปเรียกรับผลประโยชน์)

⚖️ มาตรา 157 : ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตราครอบจักรวาล)

ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต

📌 ตัวอย่าง: เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าแต่จงใจไม่จับกุมตัวเนื่องจากผู้ทำผิดเป็นลูกพี่ลูกน้อง (ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) หรือแกล้งประวิงเวลาไม่เซ็นอนุมัติสิทธิให้ประชาชนที่ขัดแย้งส่วนตัวกัน

👤 นิยามของ "เจ้าพนักงาน" ตามประมวลกฎหมายอาญา

ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากหน่วยงานราชการแผ่นดินให้ปฏิบัติราชการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะประจำหรือชั่วคราว และไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือเงินเดือนหรือไม่ (ดังนั้นบุคคลธรรมดาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุก็จัดเป็นเจ้าพนักงานด้วยชั่วคราว)

⚠️ ระวังคำหลอกเรื่องบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในทรัพย์!

การจะผิด มาตรา 147 (ยักยอกทรัพย์) ได้นั้น ผู้ทำต้องมี "หน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์นั้นโดยตรงตามกฎหมายหรือคำสั่ง" เท่านั้น หากไม่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงแต่ไปเอาทรัพย์หลวงมา จะผิดฐาน "ลักทรัพย์ธรรมดา หรือ ลักทรัพย์นายจ้าง" ไม่ผิด ม.147

เช่น พนักงานขับรถหลวงแอบสลับคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานไปขาย ➔ ขับรถไม่มีหน้าที่ดูแลคอมพิวเตอร์ ผิดลักทรัพย์หลวงธรรมดา ไม่ใช่ ยักยอก ม.147

5. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

การฟ้องคดีละเมิด การไล่เบี้ยเก็บเงินคืนของรัฐ หลักไม่มีลูกหนี้ร่วม และกรอบอายุความ

ลักษณะของการละเมิดประชาชนผู้เสียหายต้องฟ้องใคร?การรับผิดชอบและการชดใช้ค่าเสียหาย
1. เกิดในระหวางการ "ปฏิบัติหน้าที่"ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่เด็ดขาด!
ให้ฟ้อง "หน่วยงานของรัฐ"
หน่วยงานรัฐจ่ายชดใช้ให้ก่อน จากนั้นรัฐสามารถมาไล่เบี้ยเก็บเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นทำละเมิดโดย "จงใจ" หรือ "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" เท่านั้น (ถ้าแค่ประมาทเลินเล่อธรรมดาข้าราชการไม่ต้องชดใช้เลยสักบาท)
2. เกิดจากเรื่อง "ส่วนตัว" (นอกหน้าที่)ฟ้อง "ตัวเจ้าหน้าที่โดยตรง" เป็นคดีส่วนตัว ห้ามฟ้องหน่วยงานรัฐเจ้าหน้าที่ต้องจ่ายค่าเสียหายชดใช้ด้วยตนเอง 100% หน่วยงานของรัฐไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

📝 โจทย์ตุ๊กตาข้อสอบ: "นาย ก. ขับรถตู้ของสำนักงานเขตไปรับหนังสือราชการที่อำเภอ ระหว่างทางขับรถแซงซ้ายเบียดชนรถประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนคนนี้ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากใคร?"

เฉลย: ต้องฟ้อง "สำนักงานเขต" ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้นสังกัด เพราะนาย ก. ทำในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ (ห้ามฟ้องนาย ก. เป็นการส่วนตัว)

ในทางแพ่งทั่วไปถ้าทำความเสียหายร่วมกันจะใช้หลักลูกหนี้ร่วมคือคนใดคนหนึ่งชดใช้แทนทั้งหมดก่อนได้ แต่ พ.ร.บ. ละเมิดของเจ้าหน้าที่ ห้ามนำหลักลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับเด็ดขาด!

หากเกิดเหตุละเมิดจากความผิดของข้าราชการหลายคนร่วมกัน หน่วยงานรัฐต้องทำการประเมินความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลแยกกันเป็นคนๆ ไป (หารตามระดับความร้ายแรงและพฤติการณ์ของการทำผิด) ข้าราชการแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบชดใช้เงิน เฉพาะส่วนความผิดของตนเองเท่านั้น ไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้แทนผู้อื่น
1 ปี

สิทธิเรียกร้องของรัฐ (ไล่เบี้ย)

หน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกร้องชดใช้เงินคืนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิด อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรัฐได้ชดใช้เงินทดแทนให้ผู้เสียหายไปแล้ว

2 ปี

รัฐฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรง

กรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วทำให้ทรัพย์สินของรัฐพังเสียหายโดยตรง อายุความ 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงเหตุละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

10 ปี

อายุความฟ้องคดีทั่วไป

อายุความสูงสุดนับแต่วันที่เกิดเหตุละเมิดขึ้น หากไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่รู้ถึงความเสียหาย

6. พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

มาตรฐานจริยธรรม 7 ประการ คณะกรรมการ ก.ม.จ. และการจัดทำประมวลจริยธรรม

  1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ: อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. ซื่อสัตย์สุจริต: มีจิตสำนึกที่ดี ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างเคร่งครัด
  3. กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง: กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและชอบธรรม ไม่ยอมทำตามคำสั่งมิชอบ
  4. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว: มีจิตสาธารณะ เสียสละเพื่อส่วนรวมและเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน: ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท กำลังเพื่อให้งานลุล่วงตามเป้าหมายของรัฐอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ: ให้บริการประชาชนด้วยความเสมอภาค ปราศจากอคติส่วนตัวและการเลือกที่รักมักที่ชัง
  7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์: ประพฤติตัวเรียบร้อยเป็นที่น่าเชื่อถือ รักษาเกียรติยศและชื่อเสียงของทางราชการ

ก.ม.จ. มีหน้าที่เสนอแนะนโยบายเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม และประเมินความสอดคล้องของประมวลจริยธรรมหน่วยงานต่างๆ

👥 โครงสร้างคณะกรรมการ ก.ม.จ.

  • ประธาน: นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย
  • กรรมการและเลขานุการ: เลขาธิการ ก.พ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)
  • กรรมการโดยตำแหน่ง: เลขาธิการ ก.พ.ร., เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, เลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกา
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: ไม่เกิน 5 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การบริหารงานบุคคล คุณธรรมและจริยธรรม

⚠️ จุดที่ข้อสอบชอบเอามาหลอกบ่อยที่สุด:

"ข้อสอบชอบถามว่า ใครมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมของข้าราชการพลเรือน?" ➔ คำตอบที่คนส่วนใหญ่ตอบผิดคือ ก.ม.จ. แต่คำตอบที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ "ก.พ." (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)

สรุปผู้จัดทำประมวลจริยธรรมย่อยตามข้าราชการแต่ละประเภท:

  • ข้าราชการพลเรือนสามัญ ➔ จัดทำโดย ก.พ.
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ➔ จัดทำโดย ก.ค.ศ.
  • ข้าราชการตำรวจ ➔ จัดทำโดย ก.ตร.
  • ข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ➔ จัดทำโดย ก.ต.
  • ข้าราชการอัยการ ➔ จัดทำโดย ก.อ.
  • ข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น ➔ จัดทำโดย คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง)
ย้อนกลับไปเริ่มวิชาความรู้ทั่วไป

เรียนรู้วิชาอื่นๆ สำหรับการสอบ ก.พ. ภาค ก

1

ความรู้ทั่วไป

คณิตศาสตร์, ภาษาไทย

2

ภาษาอังกฤษ

Reading, Grammar, Vocab

กำลังเรียน
3

ข้าราชการที่ดี

กฎหมาย 6 ฉบับ, จริยธรรม