เจาะลึก 6 พ.ร.บ. หลักแบบละเอียดสุดๆ เก็บครบทุกประเด็นที่ใช้สอบ ก.พ. พร้อมทริกการจำ จุดสังเกตหลอก และแนวข้อสอบจริง
การจัดระเบียบโครงสร้างราชการ การตรากฎหมายตั้ง-ยุบ และการมอบอำนาจแทน
ส่วนกลาง (นิติบุคคล)
ส่วนภูมิภาค
ส่วนท้องถิ่น (นิติบุคคลทั้งหมด)
🎯 ทริกการจำนิติบุคคล & โครงสร้าง
จดจำว่า "ส่วนภูมิภาค: จังหวัดเป็นนิติบุคคล แต่อำเภอไม่เป็นนิติบุคคล!" และส่วนภูมิภาคมีแค่ "จังหวัด" กับ "อำเภอ" เท่านั้น ตำบล/หมู่บ้านไม่ใช่โครงสร้างราชการตามกฎหมายแผ่นดินฉบับนี้
⚠️ จุดควรระวังในข้อสอบ
ข้อสอบมักหลอกถามว่า "กิ่งอำเภอ" หรือ "ตำบล" เป็นส่วนภูมิภาคประเภทใด คำตอบคือปัจจุบัน กิ่งอำเภอ ถูกยกเลิกไปหมดแล้ว และโครงสร้างมีถึงแค่ระดับอำเภอเท่านั้น
| การจัดระเบียบ / เปลี่ยนแปลง | ตราเป็นกฎหมายใด? | ข้อสังเกตเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| ตั้งกระทรวง / ทบวง / กรม | พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) | เป็นการก่อตั้งส่วนราชการใหม่ขึ้นมา |
| รวม หรือ โอน ส่วนราชการ | พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) | ถ้ามีการกำหนดอัตราข้าราชการ/ลูกจ้างเพิ่มขึ้น |
| รวม หรือ โอน ส่วนราชการ | พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) | ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราข้าราชการ/ลูกจ้างเพิ่มขึ้น |
| ยุบ หรือ เปลี่ยนชื่อ ส่วนราชการ | พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) | เมื่อยุบแล้ว ห้ามแต่งตั้งข้าราชการเพิ่มขึ้นในตำแหน่งที่คล้ายกันภายใน 2 ปี |
| แบ่งส่วนราชการภายในกรม | กฎกระทรวง | รัฐมนตรีเจ้าสังกัดตรากฎกระทรวง โดยความเห็นชอบของ ก.พ.ร. และ ก.พ. |
| การตั้ง ยุบ จังหวัด | พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) | จังหวัดเป็นนิติบุคคล ต้องตราเป็น พ.ร.บ. |
| การตั้ง ยุบ อำเภอ | พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) | อำเภอไม่เป็นนิติบุคคล ตราเป็น พ.ร.ฎ. |
📝 ตัวอย่างโจทย์ข้อสอบ: "กระทรวงสาธารณสุขต้องการรวมสองกองงานเข้าด้วยกันเพื่อลดความซ้ำซ้อน โดยประกาศว่าการรวมครั้งนี้จะไม่มีการรับข้าราชการใหม่เพิ่มและไม่มีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้น รัฐต้องออกเป็นกฎหมายระดับใด?"
เฉลย: พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เนื่องจากไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังหรือคน
ใช้เมื่อ ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง หรือมีแต่ ปฏิบัติราชการไม่ได้ (เช่น ลาป่วย เสียชีวิต ลาออกจากตำแหน่ง)
ใช้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งยังอยู่และทำงานได้ปกติ แต่ต้องการ มอบอำนาจ ให้ข้าราชการคนอื่นทำแทนเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
💡 ความรู้เสริม "รักษาการในตำแหน่ง": มักใช้ในกรณีข้าราชการทั่วไปภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนว่างลง และแต่งตั้งข้าราชการอื่นมารับตำแหน่งชั่วคราวระหว่างสรรหาตัวจริง
ก.พ.ร. ทำหน้าที่เสนอแนะ ครม. ในการปรับปรุงโครงสร้าง ประสิทธิภาพ และการทำงานของระบบราชการ
👥 องค์ประกอบคณะกรรมการ ก.พ.ร.
การทำงานโดยเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ความคุ้มค่า แพลตฟอร์มดิจิทัล และกรอบเวลา
เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
เป็นเป้าหมายสูงสุด ยึดความต้องการและวิถีชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นและสำรวจความพึงพอใจเป็นประจำ
เกิดผลสัมฤทธิ์ต่องานของรัฐ
ต้องมีแผนปฏิบัติราชการล่วงหน้า ระบุตัวชี้วัดที่ชัดเจน ติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการข้ามกระทรวงได้
มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า
ต้องทำบัญชีต้นทุนการให้บริการสาธารณะ คุ้มค่าเงินภาษี โดยมี สศช. (สภาพัฒน์) และ สำนักงบประมาณ เป็นผู้ประเมินความคุ้มค่า
ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
กระจายอำนาจตัดสินใจให้ผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง จัดทำโครงสร้างงานไม่ซับซ้อน จัดตั้ง ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)
ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์
วิเคราะห์และทบทวนภารกิจของส่วนราชการอย่างสม่ำเสมอ หากไม่จำเป็นหรือล้าสมัย ต้องเสนอยุบ ยกเลิก หรือโอนให้ท้องถิ่น/เอกชนทำแทน
ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวก
กำหนดระยะเวลาทำงานแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจนและเปิดเผย และต้องตอบกลับข้อสอบถาม/ร้องเรียนของประชาชนภายใน 15 วัน
มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานโดยผู้ประเมินภายนอกอิสระ และประเมินผลงานข้าราชการรายบุคคลเพื่อพิจารณาความดีความชอบ
ตาม พ.ร.ฎ.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีข้อกำหนดเคร่งครัดด้านไอทีดังนี้:
การทำงานของเจ้าหน้าที่ ความเป็นกลาง คำสั่งทางปกครอง ขั้นตอนการอุทธรณ์ และการบังคับ
รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี, ศาลและผู้พิพากษา, องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ, การดำเนินนโยบายต่างประเทศ, กองทัพและการทหาร, กระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ตำรวจ อัยการ ราชทัณฑ์)
ห้ามเจ้าหน้าที่ที่มีลักษณะส่วนได้เสียดังต่อไปนี้ ดำเนินการพิจารณาทางปกครองเด็ดขาด:
มีผลบังคับใช้เป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ทางกฎหมายที่มีผลกระทบ "เฉพาะเจาะจงบุคคล"
ตัวอย่างเช่น:
มีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป "ไม่เจาะจงตัวบุคคล" ใช้บังคับกับทุกคนที่เข้าข่ายเงื่อนไข
ตัวอย่างเช่น:
📢 รูปแบบของคำสั่ง: คำสั่งสามารถเป็นหนังสือ วาจา หรือสัญญาณ/สัญลักษณ์ (เช่น สัญญาณไฟจราจร)
⚠️ จุดหลอกข้อสอบ: "หากสั่งด้วยวาจา ประชาชนผู้รับคำสั่งมีสิทธิร้องขอให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรได้ภายใน 7 วัน และเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจัดทำหนังสือให้"
📄 องค์ประกอบของคำสั่งที่เป็นหนังสือ: ต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายอ้างอิง และ (3) ข้อพิจารณาในการใช้ดุลพินิจ
ผู้ได้รับคำสั่งยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อ เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรจะได้รู้คำสั่ง
เจ้าหน้าที่ทบทวนภายใน 30 วัน
- เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ➔ ทำคำสั่งใหม่/เพิกถอนคำสั่งเดิม
- ไม่เห็นด้วย ➔ ส่งเรื่องให้ผู้พิจารณาอุทธรณ์ (ผู้บังคับบัญชาขึ้นไป 1 ชั้น)
ผู้พิจารณาอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หากมีเหตุจำเป็นขยายได้ไม่เกิน 30 วัน (ต้องแจ้งเป็นหนังสือชี้แจงผู้อุทธรณ์ก่อนครบกำหนด)
หน่วยงานรัฐมีอำนาจดำเนินมาตรการบังคับตามคำสั่งทางปกครองได้โดยไม่ต้องนำคดีไปฟ้องศาลก่อน:
💰 กรณีสั่งให้ชำระเงิน
ต้องมีหนังสือเตือนให้ชำระล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน หากเพิกเฉย เจ้าหน้าที่สามารถยึด อายัด ทรัพย์สินของผู้ฝ่าฝืนเพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้หลวงได้เอง
🚧 กรณีสั่งให้กระทำ/ละเว้นกระทำ
หน่วยงานรัฐสามารถเข้าดำเนินการแทนโดยเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้รับคำสั่ง หรือใช้มาตรการ ปรับทางปกครองไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน
การแยกแยะมาตราความผิดเกี่ยวกับการยักยอก รับสินบน ข่มขืนใจ และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
💎 มาตรา 147 : เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์หลวง
เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไป
📌 ตัวอย่าง: ข้าราชการพัสดุแอบเอากระดาษหรือเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ของหลวงที่ตนดูแลรักษาไปขาย หรือเจ้าพนักงานบัญชีถอนเงินสดในตู้นิรภัยไปใช้ส่วนตัว
⚔️ มาตรา 148 : เจ้าพนักงานข่มขืนใจให้มอบทรัพย์สิน
ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
📌 ตัวอย่าง: สรรพากรขู่เจ้าของร้านค้าว่าถ้าไม่จ่ายเงินให้ส่วนตัวจำนวน 50,000 บาท จะประเมินภาษีย้อนหลังแกล้งให้ร้านค้าล้มละลาย
💵 มาตรา 149 : เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน
เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ก็ตาม
📌 ตัวอย่าง: ข้าราชการเรียกเงิน 5,000 บาท เพื่อแลกกับการเซ็นอนุญาตเปิดร้านอาหาร (แม้ร้านอาหารจะเอกสารครบถูกต้องตามกฎหมาย และข้าราชการเซ็นอนุมัติตามปกติก็ถือว่าผิด ม.149 เพราะไปเรียกรับผลประโยชน์)
⚖️ มาตรา 157 : ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตราครอบจักรวาล)
ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต
📌 ตัวอย่าง: เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าแต่จงใจไม่จับกุมตัวเนื่องจากผู้ทำผิดเป็นลูกพี่ลูกน้อง (ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) หรือแกล้งประวิงเวลาไม่เซ็นอนุมัติสิทธิให้ประชาชนที่ขัดแย้งส่วนตัวกัน
👤 นิยามของ "เจ้าพนักงาน" ตามประมวลกฎหมายอาญา
ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากหน่วยงานราชการแผ่นดินให้ปฏิบัติราชการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะประจำหรือชั่วคราว และไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือเงินเดือนหรือไม่ (ดังนั้นบุคคลธรรมดาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุก็จัดเป็นเจ้าพนักงานด้วยชั่วคราว)
⚠️ ระวังคำหลอกเรื่องบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในทรัพย์!
การจะผิด มาตรา 147 (ยักยอกทรัพย์) ได้นั้น ผู้ทำต้องมี "หน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์นั้นโดยตรงตามกฎหมายหรือคำสั่ง" เท่านั้น หากไม่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงแต่ไปเอาทรัพย์หลวงมา จะผิดฐาน "ลักทรัพย์ธรรมดา หรือ ลักทรัพย์นายจ้าง" ไม่ผิด ม.147
เช่น พนักงานขับรถหลวงแอบสลับคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานไปขาย ➔ ขับรถไม่มีหน้าที่ดูแลคอมพิวเตอร์ ผิดลักทรัพย์หลวงธรรมดา ไม่ใช่ ยักยอก ม.147
การฟ้องคดีละเมิด การไล่เบี้ยเก็บเงินคืนของรัฐ หลักไม่มีลูกหนี้ร่วม และกรอบอายุความ
| ลักษณะของการละเมิด | ประชาชนผู้เสียหายต้องฟ้องใคร? | การรับผิดชอบและการชดใช้ค่าเสียหาย |
|---|---|---|
| 1. เกิดในระหวางการ "ปฏิบัติหน้าที่" | ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่เด็ดขาด! ให้ฟ้อง "หน่วยงานของรัฐ" | หน่วยงานรัฐจ่ายชดใช้ให้ก่อน จากนั้นรัฐสามารถมาไล่เบี้ยเก็บเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นทำละเมิดโดย "จงใจ" หรือ "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" เท่านั้น (ถ้าแค่ประมาทเลินเล่อธรรมดาข้าราชการไม่ต้องชดใช้เลยสักบาท) |
| 2. เกิดจากเรื่อง "ส่วนตัว" (นอกหน้าที่) | ฟ้อง "ตัวเจ้าหน้าที่โดยตรง" เป็นคดีส่วนตัว ห้ามฟ้องหน่วยงานรัฐ | เจ้าหน้าที่ต้องจ่ายค่าเสียหายชดใช้ด้วยตนเอง 100% หน่วยงานของรัฐไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น |
📝 โจทย์ตุ๊กตาข้อสอบ: "นาย ก. ขับรถตู้ของสำนักงานเขตไปรับหนังสือราชการที่อำเภอ ระหว่างทางขับรถแซงซ้ายเบียดชนรถประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนคนนี้ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากใคร?"
เฉลย: ต้องฟ้อง "สำนักงานเขต" ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้นสังกัด เพราะนาย ก. ทำในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ (ห้ามฟ้องนาย ก. เป็นการส่วนตัว)
ในทางแพ่งทั่วไปถ้าทำความเสียหายร่วมกันจะใช้หลักลูกหนี้ร่วมคือคนใดคนหนึ่งชดใช้แทนทั้งหมดก่อนได้ แต่ พ.ร.บ. ละเมิดของเจ้าหน้าที่ ห้ามนำหลักลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับเด็ดขาด!
สิทธิเรียกร้องของรัฐ (ไล่เบี้ย)
หน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกร้องชดใช้เงินคืนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิด อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรัฐได้ชดใช้เงินทดแทนให้ผู้เสียหายไปแล้ว
รัฐฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรง
กรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วทำให้ทรัพย์สินของรัฐพังเสียหายโดยตรง อายุความ 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงเหตุละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
อายุความฟ้องคดีทั่วไป
อายุความสูงสุดนับแต่วันที่เกิดเหตุละเมิดขึ้น หากไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่รู้ถึงความเสียหาย
มาตรฐานจริยธรรม 7 ประการ คณะกรรมการ ก.ม.จ. และการจัดทำประมวลจริยธรรม
ก.ม.จ. มีหน้าที่เสนอแนะนโยบายเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม และประเมินความสอดคล้องของประมวลจริยธรรมหน่วยงานต่างๆ
👥 โครงสร้างคณะกรรมการ ก.ม.จ.
⚠️ จุดที่ข้อสอบชอบเอามาหลอกบ่อยที่สุด:
"ข้อสอบชอบถามว่า ใครมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมของข้าราชการพลเรือน?" ➔ คำตอบที่คนส่วนใหญ่ตอบผิดคือ ก.ม.จ. แต่คำตอบที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ "ก.พ." (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)
สรุปผู้จัดทำประมวลจริยธรรมย่อยตามข้าราชการแต่ละประเภท:
ความรู้ทั่วไป
คณิตศาสตร์, ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
Reading, Grammar, Vocab
ข้าราชการที่ดี
กฎหมาย 6 ฉบับ, จริยธรรม