เจาะลึกทักษะการสรุปบทเรียนด้วยเทคนิค Feynman Technique เปลี่ยนเนื้อหา พ.ร.บ. ยากๆ ให้เข้าใจง่ายใน 3 ขั้นตอน
ก้าวข้ามการท่องจำแบบนกแก้ว สู่การกุมชัยชนะในสนามสอบราชการ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้มีอุดมการณ์อยากรับราชการทุกคน ผมเชื่อว่าหนึ่งในวิบากกรรมใหญ่ที่สุดของคนที่กำลังเตรียมตัวสอบราชการ ไม่ว่าจะเป็นสนาม ก.พ. (ภาค ก) หรือสนามเจาะลึกตำแหน่ง (ภาค ข) ของกรมต่างๆ คือการต้องรับมือกับ "ตัวบทกฎหมายและ พ.ร.บ. เล่มหนา" ที่อัดแน่นไปด้วยภาษาทางการ ภาษาบริหาร และตัวบทกฎหมายที่อ่านกี่รอบก็ชวนง่วงนอนเหลือเกิน
หลายคนเลือกใช้วิธี "ท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง" ท่องนกท่องไม้ไปเรื่อยๆ ท่องชื่อคณะกรรมการ ท่องจำนวนวัน ท่องมาตราต่างๆ แบบเปิดหนังสืออ่านซ้ำไปซ้ำมา แต่เชื่อผมเถอะครับว่า วิธีนี้มีจุดอ่อนที่อันตรายมาก 2 ประการด้วยกัน:
- ลืมง่ายและลืมเร็ว: เมื่อสมองจำข้อมูลด้วยรูปแบบไร้ความเชื่อมโยง ข้อมูลเหล่านั้นจะหลุดออกจากหัวไปอย่างรวดเร็วหลังผ่านไปไม่กี่วัน
- รับมือข้อสอบแนวสถานการณ์ (Case Study) ไม่ได้: ข้อสอบราชการยุคใหม่ไม่ได้ถามตรงๆ ว่า "มาตรานี้เขียนว่าอย่างไร" แต่มักจะจำลองสถานการณ์จริงขึ้นมา แล้วถามว่าข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร หากเราจำได้แค่ตัวอักษร แต่ไม่เข้าใจ "ตรรกะ" และ "เจตนารมณ์" ของกฎหมาย เราจะโดนโจทย์ลวงจนเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย
ในบทความนี้ ผมจึงอยากพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับทักษะการเรียนรู้ระดับโลกที่เรียกว่า Feynman Technique (เทคนิคฟายน์แมน) ซึ่งเป็นเครื่องมือระดับเปลี่ยนชีวิตที่จะช่วยเปลี่ยนตัวบท พ.ร.บ. อันซับซ้อน ให้กลายเป็นความคิดที่แจ่มแจ้ง จำได้แม่นยำ และพร้อมดึงมาใช้ในห้องสอบได้ทันทีครับ
Feynman Technique คืออะไร และทำไมถึงสยบข้อสอบ พ.ร.บ. ได้อยู่หมัด?
เทคนิคนี้ถูกคิดค้นโดย Richard Feynman (ริชาร์ด ฟายน์แมน) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น "The Great Explainer" หรือผู้ทรงอิทธิพลในการอธิบายเรื่องฟิสิกส์ควอนตัมที่ยากที่สุดในโลกให้คนธรรมดาเข้าใจได้ง่ายๆ ปรัชญาหัวใจสำคัญของเขาคือ:
"ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้เด็กอายุ 10 ขวบเข้าใจได้ง่ายๆ แสดงว่าตัวคุณเองก็ยังไม่ได้เข้าใจเรื่องนั้นจริง"
เมื่อนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้กับการอ่าน พ.ร.บ. สอบราชการ มันคือกระบวนการเปลี่ยนจาก Passive Learning (การอ่าน/ท่องจำแบบรับข้อมูลเข้า) ไปสู่ Active Learning (การประมวลผล สรุปความ และถ่ายทอดออก) เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพยายามจะอธิบายกฎหมายภาษาการเมืองภาษาบริหารให้กลายเป็นภาษาบ้านๆ ที่เข้าใจง่าย สมองของเราจะถูกบังคับให้เชื่อมโยงความคิด ทำความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายข้อนั้น และมองเห็นภาพรวมอย่างแท้จริง
3 ขั้นตอนการใช้ Feynman Technique ถอดรหัส พ.ร.บ. สอบราชการ
การนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กับการสรุปเนื้อหากฎหมายเพื่อสอบราชการ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลยครับ ผมได้ย่อยกระบวนการทำงานออกมาให้เหลือเพียง 3 ขั้นตอนหลักที่คุณสามารถลงมือทำตามได้ทันที ดังนี้ครับ
ขั้นตอนที่ 1: เลือกหัวข้อ พ.ร.บ. แล้วลองอธิบายเป็นภาษาพูดง่ายๆ (ราวกับเล่าให้เด็กฟัง)
ให้เพื่อนๆ หยิบ พ.ร.บ. หรือระเบียบราชการที่ต้องการสรุปมา 1 หัวข้อ (แนะนำว่าให้ย่อยทำทีละหมวด หรือทีละประเด็น ไม่ทำทีเดียวทั้งเล่ม) จากนั้นให้ปิดหนังสือ แล้วหยิบกระดาษเปล่าขึ้นมา 1 แผ่น หรือลองพูดใส่บันทึกเสียงในโทรศัพท์ โดยกำหนดเงื่อนไขว่า "ห้ามใช้ภาษากฎหมาย หรือศัพท์ราชการที่ซับซ้อน" แต่ให้ใช้อุปมาอุปไมย ภาษาพูด หรือภาษากายที่คุณใช้ในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างการเปรียบเทียบการอธิบาย:
- ภาษากฎหมายใน พ.ร.บ. (พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539): "ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐต้องไม่รับผิดชอบชำระค่าสินไหมทดแทน... แต่ถ้าเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐรับผิดชอบชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย"
- ภาษา Feynman (อธิบายให้เข้าใจง่าย): "ลองคิดภาพว่า ถ้าข้าราชการขับรถหลวงไปส่งหนังสือราชการแล้วไปชนรถชาวบ้าน (ทำในหน้าที่) ชาวบ้านต้องไปฟ้องเอาเงินจากกรม ไม่ใช่ฟ้องตัวข้าราชการโดยตรง แต่ถ้าข้าราชการคนนั้นแอบเอารถหลวงไปขับซื้อของกินส่วนตัวหลังเลิกงานแล้วไปชน (นอกหน้าที่) ข้าราชการคนนั้นต้องรับผิดชอบจ่ายเงินให้ชาวบ้านเอง กรมไม่เกี่ยว"
เห็นความต่างไหมครับ? เมื่อคุณแปลงประมวลกฎหมายให้ออกมาเป็นเรื่องเล่าในชีวิตประจำวัน สมองของคุณจะสร้าง "ภาพจำ" และเข้าใจทันทีว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายข้อนี้คือนายจ้าง (กรม) คุ้มครองลูกจ้าง (ข้าราชการ) ขณะทำงาน แต่ไม่คุ้มครองเรื่องส่วนตัว
ขั้นตอนที่ 2: ค้นหา 'จุดติดขัด' (Gaps) และกลับไปเจาะลึกเฉพาะจุดที่สับสน
ในระหว่างที่คุณกำลังอธิบายในขั้นตอนแรก คุณจะพบปรากฏการณ์หนึ่งแน่นอน นั่นคือ "การสะดุด" หรืออาการติดขัด เช่น นึกไม่ออกว่าขั้นตอนต่อไปคืออะไร ใครเป็นคนอนุมัติ หรือกี่วันกันแน่? นั่นคือสัญญาณเตือนชั้นดีว่า "นี่คือจุดที่คุณยังไม่เข้าใจจริง หรือจำโครงสร้างไม่ได้"
สิ่งที่คุณต้องทำในขั้นตอนนี้คือ:
- หยุดอธิบายชั่วคราว แล้วทำเครื่องหมายตรงจุดที่คุณสะดุดไว้ในกระดาษสรุป
- เปิดตัวบทกฎหมายฉบับเต็มกลับไปอ่านเฉพาะมาตรานั้นๆ อย่างละเอียด
- ตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ทำไมกฎหมายถึงกำหนดแบบนี้?" เช่น ทำไมต้องส่งเรื่องภายใน 15 วัน? ทำไมต้องเป็นนายกรัฐมนตรีอนุมัติ ไม่ใช่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง?
- เมื่อร้อง "อ๋อ!" แล้ว ให้ปิดหนังสืออีกครั้ง แล้วลองกลับมาเขียนอธิบายจุดนั้นใหม่อีกรอบด้วยภาษาของคุณเอง
การกลับไปอ่านเฉพาะจุดที่เป็น Gap แบบนี้ มีประสิทธิภาพมากกว่าการอ่านทบทวน พ.ร.บ. ทั้งเล่มรอบที่ 2 หรือรอบที่ 3 หลายเท่า เพราะเป็นการเติมเต็มจุดอับของความรู้โดยตรงครับ
เปลี่ยนความรู้เป็นคะแนนสอบ
ลงมือทำเลยตอนนี้!
เจาะลึกแนวข้อสอบจริงพร้อมเฉลยละเอียด วัดระดับความพร้อมเพื่อปิดจุดอ่อนของคุณ