เจาะลึก 5 ข้อห้ามข้าราชการ ทำอาชีพเสริมอย่างไรไม่ผิดวินัย
เข้าใจจุดยืน: ข้าราชการมีสิทธิหารายได้เสริมหรือไม่
หนึ่งในคำถามยอดฮิตของข้าราชการยุคปัจจุบัน ทั้งคนที่เพิ่งบรรจุใหม่และคนที่รับราชการมาแล้วหลายปี คือ "เป็นข้าราชการแล้ว ทำอาชีพเสริมได้ไหม?" ด้วยสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน การพึ่งพาเงินเดือนราชการเพียงทางเดียวอาจไม่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของหลายคน
คำตอบตามหลักการคือ "ข้าราชการสามารถทำอาชีพเสริมได้" กฎหมายไม่ได้ห้ามข้าราชการมีรายได้ทางที่สองหรือสามอย่างสิ้นเชิง แต่มี "กรอบและเงื่อนไขทางวินัย" ที่กำกับไว้อย่างเข้มงวด หากไม่ศึกษาให้รอบคอบ ความตั้งใจที่จะหาเงินเพิ่มอาจกลายเป็นการทำผิดวินัยข้าราชการ มีผลกระทบต่อการประเมินเงินเดือน การเลื่อนขั้น หรือร้ายแรงถึงขั้นถูกไล่ออกปลดออกได้โดยไม่รู้ตัว
ฐานกฎหมายสำคัญที่ข้าราชการต้องรู้
หัวใจหลักของข้อกำหนดเรื่องนี้ปรากฏอยู่ใน พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับวินัยและการปฏิบัติตน เช่น
- มาตรา 82 (5) กำหนดให้ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
- มาตรา 82 (7) กำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม
- มาตรา 83 (7) กำหนดว่า ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
เจาะลึก 5 ข้อห้ามเด็ดขาด: งานเสริมแบบไหนที่ข้าราชการห้ามทำ
เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางทางวินัย เรามาผ่าดู 5 ข้อห้ามสำคัญที่ถือเป็นเส้นตายทางกฎหมาย ที่ข้าราชการทุกคนต้องระวังเป็นพิเศษ
1. ห้ามดำรงตำแหน่งผู้บริหารในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเอกชน
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฯ ระบุชัดเจนว่า ห้ามเป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือตำแหน่งบริหารที่มีอำนาจตัดสินใจในนิติบุคคล เหตุผลคือ ตำแหน่งเหล่านี้มีหน้าที่ผูกพันทางกฎหมาย ต้องรับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งรัฐมองว่าจะกระทบต่อเวลาและความทุ่มเทในการปฏิบัติราชการ
- สิ่งที่ห้าม: มีชื่อจดทะเบียนเป็นกรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
- สิ่งที่ทำได้: สามารถถือหุ้นในบริษัทเอกชนหรือในตลาดหลักทรัพย์ได้ในฐานะผู้ถือหุ้นทั่วไป (Passive Investor) ที่ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ
2. ห้ามใช้เวลาราชการไปทำงานส่วนตัวหรือทำธุรกิจ
คำว่า "ต้องอุทิศเวลาให้แก่ราชการ" ถือเป็นหลักวินัยที่เข้มงวดมาก เวลาราชการตั้งแต่เวลาเริ่มงานจนถึงเวลาเลิกงานตามที่หน่วยงานกำหนด จะต้องใช้เพื่อภารกิจของรัฐเท่านั้น
- พฤติกรรมเสี่ยง: การนั่งตอบแชทลูกค้า แพ็กของส่งพัสดุ ไลฟ์สดขายของ โทรศัพท์ดีลงานส่วนตัว หรือออกไปส่งของในเวลาราชการ แม้จะเป็นเวลาเพียงเล็กน้อย หากถูกตรวจสอบหรือร้องเรียน ถือว่าผิดวินัยฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ
- แนวทางปฏิบัติ: กิจการเสริมทุกอย่างต้องทำนอกเวลาราชการ ในวันหยุด หรือช่วงเวลาพักเที่ยงอย่างชัดเจน และต้องไม่ทำให้ประสิทธิภาพของงานหลวงลดลง
3. ห้ามทำธุรกิจที่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับหน้าที่ราชการ
ข้อนี้เป็นจุดตัดสำคัญที่หลายคนมองข้าม งานเสริมที่ทำต้อง ไม่มีความเกี่ยวพัน ไม่เอื้อประโยชน์ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย กับหน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งราชการที่ครองอยู่
เปลี่ยนความรู้เป็นคะแนนสอบ
ลงมือทำเลยตอนนี้!
เจาะลึกแนวข้อสอบจริงพร้อมเฉลยละเอียด วัดระดับความพร้อมเพื่อปิดจุดอ่อนของคุณ