ถอดรหัส พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ: สรุป 12 หมวดสำคัญ เจาะจุดออกสอบ ภาค ข ทุกสนาม
ทำไม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ ถึงเป็น "วิชาปราบเซียน" ในสนามสอบ ภาค ข
สวัสดีครับผู้เตรียมสอบทุกท่าน ถ้าเราลองเปิดดูประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการในตำแหน่งสายงานบริหารทั่วไป นิติกร นักวิชาการเงินและบัญชี หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "นักวิชาการพัสดุ" ของแทบทุกหน่วยงานราชการ เราจะพบว่า พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มักจะถูกบรรจุเป็นหนึ่งในวิชาบังคับสอบ ภาค ข เสมอครับ
สาเหตุสำคัญก็เพราะกฎหมายฉบับนี้คือ "หัวใจหลัก" ของการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าคุณจะบรรจุในตำแหน่งใด การทำงานในระบบราชการย่อมต้องแตะต้องพัสดุ การเบิกจ่าย หรือการจัดซื้อจัดจ้างไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ปัญหาหลักที่เรามักเจอคือ ตัวบทกฎหมายมีความยาว มีรายละเอียดเชิงเทคนิคเยอะ และมีเรื่องของ "ตัวเลข" วัน เวลา รวมถึงองค์คณะกรรมการที่ชวนสับสนได้ง่ายมาก
ในบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านมา "ถอดรหัส" สกัดเฉพาะแก่นสำคัญของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 โดยแบ่งเป็น 12 หมวดตามโครงสร้างกฎหมายจริง พร้อมชี้จุดลวงและตัวอย่างข้อสอบที่กรรมการชอบนำมาใช้วัดดวงผู้สอบ เพื่อให้คุณอ่านจบแล้วสามารถเก็บคะแนนเต็มในหมวดนี้ไปครองได้อย่างมั่นใจครับ
สรุปเจาะลึก 12 หมวดสำคัญ พร้อมจุดเน้นออกสอบ ภาค ข
หมวด 1: บททั่วไป (หลักการ 4 ประการ และข้อยกเว้น)
หมวดนี้คือการวางกรอบภาพรวม กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าการจัดซื้อจัดจ้างต้องอยู่บน หลักการ 4 ประการ ได้แก่ คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้
จุดออกสอบบ่อย: ข้อสอบมักจะถามเรื่อง "ข้อยกเว้น" ที่ไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ครับ จำไว้เลยว่ากฎหมายฉบับนี้บังคับใช้กับหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด แต่มีข้อยกเว้นบางประเภท เช่น การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง การจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ทางทหาร หรือการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
หมวด 2: คณะกรรมการ (จำชื่อและหน้าที่ให้แม่น)
นี่คือจุดที่ข้อสอบชอบเอามาออกมากที่สุดและทำคนสอบตกหล่นมากที่สุดครับ กฎหมายฉบับนี้เซ็ตระบบคณะกรรมการไว้หลายชุด แต่ชุดหลักๆ ที่ต้องจำให้ได้มีดังนี้:
- คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ: มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายภาพรวม
- คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ: มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ทำหน้าที่ ตีความ วินิจฉัยปัญหา ยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ
- คณะกรรมการกำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: ทำหน้าที่ดูแลระบบ e-GP และส่งเสริมความโปร่งใส
- คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน: ทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์ของผู้ประกอบการ
ข้อสังเกตสำหรับทำข้อสอบ: จำไว้ว่าประธานของคณะกรรมการแต่ละชุดคือใคร ข้อสอบมักสลับตำแหน่งประธานระหว่าง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง" กับ "ปลัดกระทรวงการคลัง" เสมอครับ
หมวด 3: องค์กรสนับสนุนและดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง
หมวดนี้ระบุให้ กรมบัญชีกลาง ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการชุดต่างๆ และทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาและดูแลระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
หมวด 4: การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ
รัฐบาลต้องการส่งเสริมมาตรฐานของผู้ประกอบการ จึงกำหนดให้กรมบัญชีกลางจัดทำระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในงานก่อสร้าง
จุดออกสอบบ่อย: หากผู้ประกอบการรายใดมิได้ขึ้นทะเบียนไว้ในระบบของกรมบัญชีกลาง (ในงานสาขาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียน) จะไม่มีสิทธิ์เข้ายื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐ
หมวด 5: การจัดซื้อจัดจ้าง (หัวใจหลักของข้อสอบ)
หมวดนี้คือหมวดที่ออกข้อสอบมากที่สุด โดยเฉพาะ "วิธีจัดซื้อจัดจ้าง 3 วิธี" ที่ต้องท่องให้ขึ้นใจ:
- วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป: เป็นวิธีหลักที่ต้องทำก่อนเสมอ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขเข้ายื่นข้อเสนอ
- วิธีคัดเลือก: ใช้เมื่อวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปไม่ได้ผล หรือเข้าเงื่อนไขเฉพาะ เช่น พัสดุที่ต้องการซื้อมีความซับซ้อน เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือเชี่ยวชาญพิเศษ หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน โดยเชิญชวนผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 3 ราย
- วิธีเฉพาะเจาะจง: ใช้เมื่อเข้าเงื่อนไขเฉพาะจริงๆ เช่น สินค้านั้นมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว วงเงินไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง (ปัจจุบันคือไม่เกิน 500,000 บาท) หรือเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนเกี่ยวกับความมั่นคงหรือภัยพิบัติ
หมวด 6: การประกาศผลและการทำสัญญา
เมื่อได้ผู้ชนะแล้ว หน่วยงานภาครัฐต้องประกาศผลในระบบ e-GP และปิดประกาศ ณ หน่วยงาน
จุดลวงในข้อสอบ: ห้ามหน่วยงานภาครัฐทำสัญญาก่อนพ้น "ระยะเวลาอุทธรณ์" (7 วันทำการ) เว้นแต่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือใช้วิธีเฉพาะเจาะจงตามวงเงินที่กำหนด
หมวด 7: การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
การแก้ไขสัญญาจะทำไม่ได้เลยโดยหลักการ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น เพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานภาครัฐหรือประโยชน์สาธารณะ หรือกรณีจำเป็นที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของคู่สัญญา
ประเด็นค่าปรับ: หากคู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด จะต้องเสียค่าปรับ:
- งานซื้อหรือจ้าง (ทั่วไป): คิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตรา ร้อยละ 0.01 ถึง 0.20 ของราคางานที่ยังไม่ได้รับมอบ
- งานก่อสร้าง: คิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตรา ร้อยละ 0.01 ถึง 0.25 ของราคาก่อสร้างนั้น
หมวด 8: การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐต้องประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการเมื่อสิ้นสุดสัญญา เพื่อนำผลไปใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการในอนาคต หากผู้ประกอบการมีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ อาจถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานได้
หมวด 9: การทิ้งงาน (Blacklist)
บุคคลที่จะมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบการเป็น "ผู้ทิ้งงาน" คือ ปลัดกระทรวงการคลัง โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการวินิจฉัย
จุดที่ข้อสอบชอบถาม: เหตุแห่งการเป็นผู้ทิ้งงาน เช่น ทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผลสมควร, ไม่ยอมมาทำสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด, หรือยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ
หมวด 10: การอุทธรณ์
เมื่อผู้ประกอบการเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ จนตนเองไม่ได้รับการคัดเลือก มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้
สูตรจำตัวเลขระยะเวลาอุทธรณ์:
- ผู้อุทธรณ์ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานภาครัฐ ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันประกาศผล
- หน่วยงานภาครัฐพิจารณาให้เสร็จ ภายใน 7 วันทำการ หากเห็นด้วยก็แก้ไข หากไม่เห็นด้วยให้ส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายใน 3 วันทำการ
- คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต้องพิจารณาให้เสร็จ ภายใน 30 วัน (ขยายได้ไม่เกิน 15 วัน)
หมวด 11: การบริหารพัสดุ
ว่าด้วยเรื่องการรับ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การบำรุงรักษา และการตรวจสอบพัสดุประจำปี โดยกำหนดให้ต้องเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุประจำปีใน วันทำการแรกของเดือนตุลาคม ของทุกปี และรายงานผลให้หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐทราบภายใน 30 วันทำการ
หมวด 12: บทกำหนดโทษ
เน้นบทลงโทษสำหรับ "ผู้ปฏิบัติหน้าที่" หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มีเจตนาทุจริต หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ
อัตราโทษ: จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กับดักข้อสอบยอดฮิต และเทคนิคการจำเพื่อโกยคะแนน
จากการวิเคราะห์ข้อสอบ ภาค ข ย้อนหลังหลายสนาม ผมสรุปจุดที่กรรมการชอบนำมาตั้งเป็น "โจทย์ลวง" ให้พวกเราได้ระวังตัวกันครับ:
- ลวงเรื่อง "ระยะเวลา": จำแยกความแตกต่างระหว่าง "วัน" กับ "วันทำการ" ให้ดี เช่น การยื่นอุทธรณ์ใช้ 7 วันทำการ ไม่ใช่ 7 วันธรรมดา
- ลวงเรื่อง "อำนาจอนุมัติ": ใครมีอำนาจสั่งยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง? ใครมีอำนาจสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน? (จำไว้ว่าผู้สั่งทิ้งงานคือ ปลัดกระทรวงการคลัง)
- ลวงเรื่อง "ลำดับวิธีจัดซื้อจัดจ้าง": กฎหมายระบุชัดเจนว่าให้ใช้วิธี "ประกาศเชิญชวนทั่วไป" ก่อนเป็นอันดับแรก หากไม่สามารถทำได้จึงค่อยพิจารณาใช้วิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจง
สรุปส่งท้าย: วางแผนอ่านกฎหมายอย่างไรให้จำแม่น ไม่หลงประเด็น
การอ่านกฎหมาย พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การท่องจำทุกมาตราแบบคำต่อคำครับ แต่เป็นการ "เข้าใจโครงสร้างและตรรกะของกฎหมาย"
เริ่มจากทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานก่อน จากนั้นจัดกลุ่มตัวเลขและระยะเวลา ทำตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวิธีจัดซื้อจัดจ้างทั้ง 3 วิธี และทบทวนเรื่องอำนาจของคณะกรรมการแต่ละชุดอยู่เสมอ หากคุณจับจุดตาม 12 หมวดที่ผมสรุปไว้นี้ได้ รับรองว่าข้อสอบ ภาค ข สนามไหนๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรคุณได้อย่างแน่นอนครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีและประสบความสำเร็จในการสอบครับ!
เปลี่ยนความรู้เป็นคะแนนสอบ
ลงมือทำเลยตอนนี้!
เจาะลึกแนวข้อสอบจริงพร้อมเฉลยละเอียด วัดระดับความพร้อมเพื่อปิดจุดอ่อนของคุณ