เจาะเทคนิคทำข้อสอบภาษาไทย ก.พ. ภาค ก: สูตรพิชิตเรียงลำดับและจับใจความ
เข้าใจโครงสร้างวิชาภาษาไทย ก.พ. ภาค ก: ทำไมต้องเน้นสองพาร์ทนี้
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้มุ่งมั่นในเส้นทางข้าราชการทุกคน ในการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป หรือการสอบ ก.พ. ภาค ก ตามเกณฑ์การประเมินล่าสุดนั้น หลายคนมักจะทุ่มเทเวลาให้กับการคำนวณและข้อสอบเชิงตัวเลข จนเผลอมองข้ามหมวดวิชาภาษาไทยไป ทั้งที่ความเป็นจริง วิชาภาษาไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ร่วมกับวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งมีเกณฑ์ต้องผ่าน 60% สำหรับระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี (หรือ 65% สำหรับระดับปริญญาโท) หากเราพลาดวิชาคำนวณ การเก็บคะแนนเต็มหรือเกือบเต็มจากภาษาไทย คือตัวช่วยชีวิตที่จะดึงให้ผลคะแนนรวมของเราผ่านเกณฑ์ได้อย่างมั่นคง
ในข้อสอบภาษาไทยนั้น ข้อสอบหลักที่ออกอย่างสม่ำเสมอและมีสัดส่วนคะแนนสูงที่สุด ก็คือ การเรียงลำดับข้อความ และ การอ่านบทความเพื่อจับใจความสำคัญ ปัญหาที่ผู้สอบส่วนใหญ่พบเจอไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะอ่านช้า หลงประเด็น เสียเวลามากเกินไปจนทำข้อสอบไม่ทัน หรือโดนตัวลวงหลอกจนตอบผิดอย่างน่าเสียดาย วันนี้ผมตั้งใจมาเจาะลึกเทคนิคแบบเนื้อๆ เพื่อให้ทุกคนนำไปปรับใช้ในสนามสอบจริงได้ทันที
สูตรลัดพิชิตพาร์ท 'เรียงลำดับข้อความ' ให้ไวภายใน 1 นาที
ข้อสอบเรียงลำดับข้อความมักจะให้ข้อความมา 4 ท่อน (ก, ข, ค, ง หรือ 1, 2, 3, 4) แล้วถามว่า ข้อความใดอยู่ลำดับที่ 1, ลำดับที่ 2, ลำดับที่ 3 หรือข้อความใดอยู่ลำดับสุดท้าย หากเรามัวแต่นำทุกท่อนมาสลับทดลองอ่านทีละช้อยส์ จะเสียเวลาข้อละไม่ต่ำกว่า 3-4 นาทีแน่นอน วิธีที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุดมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ข้อความขึ้นต้น (หาลำดับที่ 1 ให้เจอ)
ข้อความที่เป็นลำดับแรกของย่อหน้า มักมีลักษณะเปิดประเด็น นำเสนอคำสำคัญ (Keywords) ที่เป็นคำนาม ชื่อเฉพาะ หรือประโยคบอกเล่าที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง โดยมีหลักการสังเกตเพื่อตัดตัวเลือกทิ้งทันทีดังนี้
- คำเชื่อมที่ไม่ขึ้นต้นประโยคแรก: เช่น และ, หรือ, แต่, จึง, เพราะฉะนั้น, ทั้งนี้, อนึ่ง, นอกจากนี้, อีกทั้ง, ด้วยเหตุนี้ หากพบคำเหล่านี้ขึ้นต้นข้อความไหน ตัดทิ้งจากการเป็นลำดับที่ 1 ได้ทันที
- คำสรรพนามหรือคำชี้เฉพาะ: เช่น เขา, เธอ, พวกเขา, สิ่งนี้, เหตุการณ์ดังกล่าว, โครงการนี้ คำพวกนี้จะปรากฏขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกล่าวถึงสิ่งนั้นมาก่อนแล้วเสมอ จึงไม่มีทางเป็นลำดับแรก
- ข้อความขึ้นต้นที่มักเป็นลำดับที่ 1: มักขึ้นต้นด้วย การ, ความ, ชื่อองค์กร, ชื่อบุคคล, คำนิยาม เช่น "...หมายถึง...", หรือประโยคที่เป็นแก่นหลักของเรื่อง
2. จับคู่แฝด (Paired Sentences)
เมื่อเราคัดหาลำดับที่ 1 ได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการมองหา "คู่เชื่อมโยง" ซึ่งมักจะอยู่ติดกันเสมอ เทคนิคนี้ช่วยให้เราไม่ต้องคิดลำดับทั้งหมด 4 ส่วน แต่คิดเพียงแค่ว่าใครต้องต่อท้ายใคร
- คู่เหตุและผล: มองหาคำว่า "เนื่องจาก..." คู่กับ "...จึง..." หรือ "เพราะ..." คู่กับ "...ส่งผลให้..." ส่วนที่เป็นเหตุจะต้องมาก่อนส่วนที่เป็นผลเสมอ
- คู่ขยายความ: เมื่อมีข้อความเปิดว่า "มีหลายประการ" หรือ "ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ" ข้อความถัดไปจะต้องเป็นการแจกแจง เช่น "ได้แก่..." หรือ "อันได้แก่..."
- คู่คำเชื่อมขัดแย้ง: หากข้อความหนึ่งกล่าวถึงข้อดี แล้วอีกข้อความมีคำว่า "แต่", "ทว่า", "ในทางกลับกัน" แสดงว่าสองข้อความนี้ต้องวางติดกันเพื่อแสดงความขัดแย้ง
3. เทคนิคหาข้อความลำดับสุดท้าย
หากโจทย์ถามหาข้อความลำดับที่ 4 หรือลำดับสุดท้าย ให้สังเกตข้อความที่มีลักษณะเป็นการสรุป การให้ข้อคิด การฝากเตือน หรือการคาดการณ์ในอนาคต มักจะพบคำขึ้นต้น เช่น "ดังนั้น", "สรุปได้ว่า", "จึงควรที่จะ...", "เพื่อที่จะนำไปสู่..." ข้อความประเภทนี้เกือบ 90% จะถูกวางไว้เป็นลำดับปิดท้ายของย่อหน้าเสมอ
เทคนิคอ่านจับใจความ: สแกนตรงจุด ไม่ต้องอ่านวนซ้ำ
ข้อสอบการอ่านเพื่อตอบคำถามของ ก.พ. มีทั้งบทความสั้น (2-4 บรรทัด) และบทความยาว (1 หน้ากระดาษ) ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุดคือการก้มหน้าก้มตาอ่านเนื้อเรื่องตั้งแต่บรรทัดแรกจนจบแล้วค่อยไปดูโจทย์ เพราะจะทำให้เราจำรายละเอียดไม่ได้ สุดท้ายต้องกลับมาอ่านใหม่อีกรอบ เสียเวลาเป็นสองเท่า
1. พลิกอ่านคำถามและวิเคราะห์ประเภทโจทย์ก่อนเสมอ
เปลี่ยนความรู้เป็นคะแนนสอบ
ลงมือทำเลยตอนนี้!
เจาะลึกแนวข้อสอบจริงพร้อมเฉลยละเอียด วัดระดับความพร้อมเพื่อปิดจุดอ่อนของคุณ