พิชิตวิชาข้าราชการที่ดี ก.พ. ภาค ก: สรุป 5 กฎหมายออกสอบบ่อย เก็บ 25 คะแนนเต็ม
ทำไมวิชาข้าราชการที่ดี ถึงกลายเป็นจุดชี้ชะตาของคนสอบ ก.พ. ภาค ก
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้มีความฝันอยากสวมเครื่องแบบกากีทุกคน วันนี้ผมอยากมาคุยแบบเปิดอกและจริงจังถึงหนึ่งในวิชาที่สร้างบาดแผลให้กับผู้เข้าสอบ ก.พ. ภาค ก มากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี หลายคนทุ่มเทเวลาให้กับการคำนวณ ฝึกทำอนุกรม ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษจนดึกดื่น แต่กลับต้องตกม้าตายเพราะวิชากฎหมายตัวนี้เพียงข้อเดียวอย่างน่าเสียดาย
เกณฑ์การผ่านของสำนักงาน ก.พ. กำหนดไว้ชัดเจนว่า วิชาข้าราชการที่ดีมีทั้งหมด 25 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน รวมเป็น 50 คะแนนเต็ม และเกณฑ์ผ่านคือต้องได้ไม่น้อยกว่า 60% นั่นหมายความว่าคุณต้องทำได้อย่างน้อย 15 ข้อขึ้นไป โดยไม่นำคะแนนไปถัวเฉลี่ยกับวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป หากคณิตศาสตร์และภาษาไทยคุณทำได้เต็ม แต่กฎหมายได้เพียง 14 ข้อ ผลลัพธ์คือตกทันที การมองข้ามวิชานี้จึงเป็นความเสี่ยงที่คุณไม่ควรแลกอย่างยิ่ง
ข่าวดีก็คือ กฎหมายในวิชานี้มีขอบเขตเนื้อหาที่ชัดเจนและตายตัว ต่างจากวิชาคณิตศาสตร์ที่พลิกแพลงได้ไม่รู้จบ หากคุณเข้าใจแก่นแท้และจุดที่กรรมการชอบหยิบมาออกสอบ คุณสามารถเก็บ 25 ข้อเต็มได้ไม่ยากเลย วันนี้ผมจึงได้คัดกรอง 5 กฎหมายหลักที่ออกสอบบ่อยที่สุด พร้อมสรุปประเด็นสำคัญและเทคนิคการจำมาให้เพื่อนๆ ได้นำไปใช้ลุยสนามสอบจริงครับ
1. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน: โครงสร้างอำนาจที่ต้องแม่น
กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกระดูกสันหลังของการปกครองไทย เป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนต้องอ่าน เพราะกำหนดโครงสร้างการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งจุดที่ข้อสอบมักนำมาลวงมีดังนี้ครับ
- การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง: ยึดหลักการรวมอำนาจ ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง และกรม จุดสำคัญคือ สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวงและมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา ส่วนการจัดตั้ง ยุบ หรือรวมส่วนราชการเหล่านี้ ต้องตราเป็น พระราชบัญญัติ เสมอ เว้นแต่กรณีไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตรากำลังเพิ่ม ให้ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
- การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค: ยึดหลักการแบ่งอำนาจ ประกอบด้วย จังหวัด และอำเภอ จำไว้ให้ขึ้นใจว่า ตำบลและหมู่บ้านไม่ใช่ราชการส่วนภูมิภาคตาม พ.ร.บ. นี้ และการจัดตั้ง ยุบ รวมจังหวัด ต้องตราเป็น พระราชบัญญัติ ส่วนอำเภอให้ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
- การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น: ยึดหลักการกระจายอำนาจ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา
- การปฏิบัติราชการแทน vs การรักษาราชการแทน: จำความต่างให้แม่น การรักษาราชการแทนเกิดขึ้นเมื่อ ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนการปฏิบัติราชการแทนคือ การมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทน โดยผู้มอบยังคงมีตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อยู่
2. พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี: เป้าหมายสูงสุดของรัฐ
พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ออกมาเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการมุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ หัวใจของกฎหมายนี้คือเป้าหมาย 7 ประการ ซึ่งข้อสอบชอบออกสอบเรียงลำดับและความหมายของแต่ละข้อเป็นประจำ
- เกิดประโยชน์สุขของประชาชน: ความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบปลอดภัยของสังคม และประโยชน์สูงสุดของประเทศ
- เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ: ต้องมีการจัดทำแผนการปฏิบัติราชการล่วงหน้า มีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน
- มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ: มีการจัดทำบัญชีต้นทุน มีการประเมินความคุ้มค่า และต้องยกเลิกภารกิจที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อน
- ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน: การกระจายอำนาจตัดสินใจไปยังผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง เพื่อความรวดเร็วในการบริการประชาชน
- ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อเหตุการณ์: มีการทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม
- อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน: ต้องกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน และเปิดเผยให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน
- การประเมินผลการปฏิบัติราชการ: มีการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอโดยหน่วยงานอิสระภายนอก
3. พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง: กลไกคุ้มครองความเป็นธรรม
นี่คือกฎหมายที่หลายคนบ่นว่ายากที่สุด เพราะมีศัพท์เทคนิคทางกฎหมายเยอะ แต่ถ้าเราเข้าใจบริบทว่ากฎหมายนี้ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจกลั่นแกล้ง คุณจะเข้าใจมันได้ง่ายขึ้น จุดที่ต้องจำมีดังนี้ครับ
เปลี่ยนความรู้เป็นคะแนนสอบ
ลงมือทำเลยตอนนี้!
เจาะลึกแนวข้อสอบจริงพร้อมเฉลยละเอียด วัดระดับความพร้อมเพื่อปิดจุดอ่อนของคุณ